มิคกี้ ฟาน เดอเฟน ปราการหลังจอมสปีดดีกรีทีมชาติเนเธอร์แลนด์ของสโมสร “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กำลังตกเป็นประเด็นร้อนในตลาดซื้อขายนักเตะ เมื่อสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง “เดอะ เทเลกราฟ” รายงานว่าสโมสรเริ่มมีความลังเลที่จะรั้งตัวเขาไว้กับทีมต่อไปหลังจบฤดูกาลนี้ แม้ว่าเซนเตอร์แบ็กวัย 24 ปีรายนี้จะย้ายจากโวล์ฟส์บวร์กมาสร้างความประทับใจนับตั้งแต่ปี 2023 แต่สถานการณ์ปัจจุบันดูเหมือนจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ภายใต้การกุมบังเหียนของ โธมัส แฟร้งค์ กุนซือคนใหม่ที่กำลังเผชิญหน้ากับความกดดันมหาศาลจากผลงานที่น่าผิดหวัง ล่าสุดทีมเพิ่งจะกระเด็นตกรอบเอฟเอ คัพ ด้วยการพ่ายแพ้ต่อแอสตัน วิลล่า คาบ้านตนเอง ซึ่งฟอร์มส่วนตัวของปราการหลังชาวดัตช์ก็ถูกตั้งคำถามถึงความสม่ำเสมอ ประกอบกับปัญหาความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับผู้จัดการทีม ทำให้บอร์ดบริหารสเปอร์สเริ่มพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการปล่อยตัวเขาออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์ปี 2026 หากได้รับข้อเสนอที่คุ้มค่ามหาศาลจากทีมยักษ์ใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล หรือ เรอัล มาดริด ที่กำลังจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ติดตาม การซื้อขายนักเตะ ได้ที่ thscore
สารบัญ
Toggleมิคกี้ ฟาน เดอเฟน วิเคราะห์ปัญหาบาดเจ็บสะสมและฟอร์มการเล่นที่ดรอป

แม้ว่าในฤดูกาล 2025-26 นี้ ปราการหลังร่างยักษ์จะรักษาสภาพร่างกายได้ดีขึ้น แต่ผลงานในสนามกลับไม่โดดเด่นเหมือนช่วงแรกที่ย้ายมา
อาการบาดเจ็บรบกวนตลอด 2 ฤดูกาลแรกกับไก่เดือยทอง
ในช่วงสองปีแรกที่ย้ายมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก เขาต้องเผชิญกับปัญหาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (Hamstring) มาโดยตลอด ซึ่งส่งผลต่อความต่อเนื่องในการลงสนามและทำให้สโมสรเริ่มกังวลเรื่องความแข็งแกร่งของสภาพร่างกายในระยะยาว แม้ปัจจุบันจะฟิตสมบูรณ์แต่เงาจากอดีตยังคงทำให้นโยบายของทีมมีความไม่แน่นอน
ความผิดหวังจากการตกรอบเอฟเอ คัพ และผลงานที่ไม่เข้าเป้า
การพ่ายแพ้ต่อแอสตัน วิลล่า คาบ้านจนตกรอบฟุตบอลถ้วยประวัติศาสตร์ เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้กองเชียร์และสื่อมวลชนเริ่มวิพากษ์วิจารณ์แนวรับอย่างหนัก โดยเฉพาะจังหวะการตัดสินใจและการประสานงานที่ผิดพลาดบ่อยครั้งในระบบของ โธมัส แฟร้งค์ ซึ่งดูเหมือนจะไม่สามารถดึงศักยภาพสูงสุดของกองหลังเนเธอร์แลนด์รายนี้ออกมาได้
รอยร้าวระหว่างผู้จัดการทีมและนักเตะกับเหตุการณ์ปฏิเสธการจับมืออันอื้อฉาว

ความสัมพันธ์ที่เย็นชาระหว่างสตาร์วัย 24 ปี และกุนซือชาวเดนมาร์ก กลายเป็นประเด็นสำคัญที่อาจผลักดันให้เกิดการย้ายทีม
เหตุการณ์หลังเกมพ่ายเชลซีเมื่อเดือนพฤศจิกายน
ชนวนเหตุสำคัญเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังจบเกมที่สเปอร์สพ่ายแพ้ต่อเชลซี ปราการหลังดัตช์รายนี้ปฏิเสธที่จะจับมือกับ โธมัส แฟร้งค์ ต่อหน้ากล้องโทรทัศน์และแฟนบอลจำนวนมาก เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจในแท็กติกหรือการจัดการภายในทีมที่ทั้งคู่มีความเห็นไม่ลงรอยกันอย่างชัดเจน
ผลกระทบต่อบรรยากาศในห้องแต่งตัวและความจงรักภักดี
เมื่อนักเตะแกนหลักมีปัญหากับเฮดโค้ช บรรยากาศภายในทีมย่อมได้รับผลกระทบตามไปด้วย บอร์ดบริหารสเปอร์สจึงต้องชั่งน้ำหนักว่าการเก็บนักเตะที่มีใจไม่ลงรอยกับโค้ชไว้จะส่งผลเสียต่อโปรเจกต์ระยะยาวหรือไม่ ซึ่งหากแฟร้งค์ยังคงได้ทำหน้าที่ต่อ โอกาสที่กองหลังหมายเลข 37 จะได้อยู่ต่อก็น้อยลงไปทุกที
สถานะสัญญาจนถึงปี 2029 และอำนาจการต่อรองของสโมสรสเปอร์ส
แม้จะมีข่าวลือเรื่องการย้ายทีม แต่สเปอร์สยังคงถือไพ่เหนือกว่าในแง่ของเอกสารสัญญาที่ยังเหลือระยะเวลาอีกนาน
สัญญาระยะยาวที่ช่วยคุ้มครองมูลค่าทางการตลาด
เขายังมีสัญญาผูกพันกับสโมสรไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2029 ทำให้สเปอร์สไม่อยู่ในภาวะกดดันที่ต้องรีบขายออกไปในราคาถูก หาก ลิเวอร์พูล หรือ เรอัล มาดริด ต้องการตัวเขาจริงๆ แดเนียล เลวี่ ประธานสโมสรจอมเคี่ยวจะสามารถเรียกค่าตัวในระดับสถิติสโมสรได้อย่างแน่นอน
การพิจารณาขายเพื่อระดมทุนเสริมทัพในตำแหน่งอื่น
ด้วยมูลค่าค่าตัวที่คาดว่าจะสูงกว่า 60-70 ล้านปอนด์ การปล่อยตัวกองหลังรายนี้อาจเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดในการระดมทุนเพื่อไปซื้อผู้เล่นในตำแหน่งที่ทีมยังขาดแคลน เช่น กองหน้าตัวเป้าหรือมิดฟิลด์ตัวรุก เพื่อตอบสนองแผนการทำทีมชุดใหม่ที่จะมีความสมดุลมากกว่าเดิม
สองยักษ์ใหญ่ ลิเวอร์พูล และ เรอัล มาดริด กับการจ้องตะครุบเซนเตอร์จอมสปีด
สไตล์การเล่นที่โดดเด่นด้วยความเร็วและการยืนตำแหน่ง ทำให้เขาเป็นที่ต้องการของยอดทีมที่เน้นการเล่นเกมรุกกดดันสูง
ลิเวอร์พูล กับแผนการหาตัวแทนในระยะยาวของ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค
ทัพหงส์แดงกำลังมองหากองหลังชาวดัตช์คนใหม่เพื่อเข้ามาสืบทอดอำนาจต่อจาก ฟาน ไดจ์ค ที่เริ่มมีอายุมากขึ้น ความเร็วระดับพรีเมียร์ลีกของรุ่นน้องร่วมชาติรายนี้จึงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์แท็กติกของลิเวอร์พูลได้อย่างไร้รอยต่อ และมีรายงานว่าสเกาท์ของหงส์แดงติดตามฟอร์มของเขามานานนับปี
เรอัล มาดริด และการเสริมทัพเพื่อความยิ่งใหญ่ในเวทียุโรป
ทัพราชันชุดขาวมักจะมองหานักเตะที่ดีที่สุดในแต่ละตำแหน่ง และด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่บวกกับสปีดการวิ่งที่หาตัวจับยาก ทำให้เขาเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเสริมแกร่งในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว เพื่อเป้าหมายในการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลถัดไป
บทสรุปของสถานการณ์และการตัดสินใจภายใต้ความกดดันของ โธมัส แฟร้งค์
สุดท้ายแล้ว อนาคตของปราการหลังดัตช์รายนี้อาจขึ้นอยู่กับว่าใครจะเป็นผู้จัดการทีมสเปอร์สในฤดูกาลหน้า
เก้าอี้ที่สั่นคลอนของผู้จัดการทีมชาวเดนมาร์ก
โธมัส แฟร้งค์ กำลังทำงานภายใต้ความกดดันมหาศาล หากเขายังไม่สามารถพาสเปอร์สกลับมาอยู่ในพื้นที่ฟุตบอลยุโรปได้ เขาอาจจะเป็นฝ่ายที่ต้องเดินออกจากทีมไปก่อน และกุนซือคนใหม่ที่จะเข้ามาอาจจะยังคงต้องการใช้งานปราการหลังที่มีความเร็วรายนี้ต่อไป
การรอคอยคำตอบสุดท้ายในช่วงซัมเมอร์ปี 2026
แฟนบอลไก่เดือยทองต้องลุ้นกันอย่างหนักว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร การตัดสินใจขายนักเตะคนสำคัญระดับไอคอนย่อมมีทั้งเสียงสนับสนุนและคัดค้าน แต่สิ่งที่แน่นอนคือ ปี 2026 จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ไม่ว่าผลการแข่งขันจะจบลงที่อันดับใดก็ตาม
สรุปข่าว
สโมสรท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กำลังตกเป็นข่าวว่าเริ่มลังเลที่จะเก็บ ฟาน เดอเฟน ปราการหลังทีมชาติเนเธอร์แลนด์ไว้กับทีมหลังจบฤดูกาลนี้ แม้จะทำผลงานได้ดีแต่ปัญหาความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับกุนซือ โธมัส แฟร้งค์ รวมถึงฟอร์มการเล่นของทีมที่ร่วงหล่นจากการตกรอบเอฟเอ คัพ ทำให้สโมสรอาจพิจารณาขายเขาออกไปให้กับทีมที่สนใจอย่าง ลิเวอร์พูล หรือ เรอัล มาดริด เพื่อระดมทุนเสริมทัพครั้งใหญ่ โดยทุกอย่างยังขึ้นอยู่กับอนาคตของ โธมัส แฟร้งค์ ว่าจะได้อยู่คุมทีมต่อหรือไม่ในซีซั่นหน้า
ฟาน เดอเฟน คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับข่าวลือการย้ายทีม
1. สัญญาของ ฟาน เดอเฟน กับสเปอร์สจะหมดลงเมื่อไหร่?
ปัจจุบันกองหลังชาวดัตช์วัย 24 ปี มีสัญญากับสโมสรท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยาวไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ของปี 2029
2. ทำไมสเปอร์สถึงพิจารณาปล่อยตัวเขาออกจากทีมทั้งที่เป็นนักเตะตัวหลัก?
สาเหตุหลักมาจากปัญหาความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นกับกุนซือ โธมัส แฟร้งค์ ซึ่งมีข่าวว่าทั้งคู่ไม่ลงรอยกัน รวมถึงความต้องการของสโมสรที่อาจจะขายเพื่อนำเงินทุนมหาศาลมาปรับปรุงทีมในตำแหน่งอื่น
3. มีสโมสรไหนบ้างที่แสดงความสนใจในตัวกองหลังรายนี้อย่างจริงจัง?
ตามรายงานระบุว่า ลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีก และ เรอัล มาดริด มหาอำนาจจากลาลีกาสเปน กำลังจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมยื่นข้อเสนอในช่วงซัมเมอร์
4. ปัญหาสภาพร่างกายของเขายังคงเป็นอุปสรรคอยู่หรือไม่ในฤดูกาลนี้?
ในฤดูกาล 2025-26 เขาไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนและมีความฟิตเต็มร้อย แตกต่างจาก 2 ฤดูกาลแรกที่เขามักจะมีปัญหาเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังบ่อยครั้ง
5. โธมัส แฟร้งค์ มีโอกาสโดนปลดจากตำแหน่งผู้จัดการทีมหรือไม่?
ใช่ ปัจจุบัน โธมัส แฟร้งค์ ตกอยู่ภายใต้ความกดดันอย่างหนักจากผลงานที่น่าผิดหวังในลีกและการตกรอบเอฟเอ คัพ คาบ้านต่อแอสตัน วิลล่า ซึ่งหากผลงานไม่ดีขึ้น บอร์ดบริหารอาจพิจารณาปลดเขาออกก่อนจบฤดูกาล
Guru Sports คือ แหล่งรวบรวมข้อมูลสำหรับคนที่มีใจรักกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟุตบอล ที่นี่คุณจะพบกับข่าวสาร พรีวิว และรีวิวอย่างละเอียดถี่ถ้วน จากกูรูนักวิเคราะห์ชั้นนำ ทั้งผลบอลล่าสุด ข้อมูลลีกดังระดับโลก อาทิ พรีเมียร์ลีก บุนเดสลีกา และลาลีกา รับรองว่าจะทำให้คุณได้รู้ทันสถานการณ์ฟุตบอล และความเคลื่อนไหวในวงการกีฬาอย่างครบถ้วนนอกจากนี้ ยังมีโซเชียล ให้ติดตามข่าว อย่างรวดเร็ว บน Facebook ,Youtube และอื่นๆ







