ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีกตัวเก๋า ดีกรีทีมชาติอังกฤษของสโมสร “สิงห์บลูส์” เชลซี กำลังตกเป็นข่าวใหญ่ในการย้ายทีมช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้ โดยสโมสร “เจ้าสัวน้อย” ฟูแล่ม ได้แสดงความสนใจอย่างจริงจังที่จะดึงตัวรุกวัย 31 ปีรายนี้มาร่วมทีมเพื่อกอบกู้เส้นทางอาชีพอีกครั้ง รายงานจาก โฟลเรียน เพล็ทเท่นเบิร์ก นักข่าวสายตลาดนักเตะชื่อดังระบุว่า ฟูแล่มได้ก้าวขึ้นมาเป็นทีมเต็งหนึ่งที่มีโอกาสคว้าลายเซ็นของเขาไปครอง หลังจากที่คู่แข่งร่วมลอนดอนอย่าง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ได้ตัดสินใจถอนตัวจากการเจรจาเพื่อเบนเข็มไปหาเป้าหมายอื่นแทน สถานการณ์ของแข้งประสบการณ์สูงรายนี้ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ถึงทางตันอย่างชัดเจนตั้งแต่อฤดูกาลที่ผ่านมา และแม้จะได้รับโอกาสยืมตัวไปเล่นกับอาร์เซน่อล แต่เขาก็ไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้จนถูกส่งตัวกลับมายังต้นสังกัดเดิม ซึ่งการย้ายมาสู่ฟูแล่มอาจเป็น “โอกาสสุดท้าย” ที่จะพิสูจน์ว่าเขายังมีดีพอสำหรับพรีเมียร์ลีก ติดตาม ผลบอลได้ง่ายๆ ได้ที่ ผลบอลสด thscore
สารบัญ
Toggleราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีกตัวเก๋า กับช่วงเวลาที่ยากลำบากและการพยายามฟื้นฟูอาชีพที่ล้มเหลว

ตลอดช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เส้นทางค้าแข้งของเขาเต็มไปด้วยอุปสรรคและการสูญเสียความมั่นใจอย่างเห็นได้ชัด จนกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เชลซีต้องการปล่อยตัวออกจากทีมมากที่สุด
ความผิดหวังในสัญญายืมตัวกับอาร์เซน่อล
เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เขาได้รับโอกาสทองในการย้ายไปร่วมทีมอาร์เซน่อลด้วยสัญญายืมตัว โดยหวังว่าจะได้ร่วมงานกับ มิเกล อาร์เตต้า อีกครั้งเพื่อเรียกฟอร์มเทพคืนมา ทว่าความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น เขาแทบไม่ได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงและไม่สามารถสร้างอิมแพ็คให้กับทีมปืนใหญ่ได้เลย จนสุดท้ายถูกส่งตัวกลับเชลซีในสภาพนักเตะส่วนเกินที่ไม่มีใครต้องการ
สถานะปัจจุบันในรั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์
ในปัจจุบันภายใต้การคุมทีมยุคใหม่ของเชลซี เขาไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมระยะยาวอีกต่อไป การต้องแยกซ้อมหรือไม่มีชื่ออยู่ในขุมกำลังชุดใหญ่เป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่าเขาต้องมองหาบ้านหลังใหม่โดยเร็วที่สุดหากต้องการรักษาโอกาสในการกลับไปมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษในอนาคต
สเตอร์ลิ่ง กับสถานการณ์ของฟูแล่มที่ก้าวขึ้นมาเป็นทีมเต็งหนึ่ง

หลังจากที่ตลาดซื้อขายเริ่มขยับเขยื้อน ฟูแล่มได้เล็งเห็นช่องว่างในการเสริมทัพและมองว่าอดีตปีกแมนซิตี้รายนี้ยังคงมีเขี้ยวเล็บที่น่าสนใจ
การถอนตัวของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่เปิดทางให้ฟูแล่ม
ก่อนหน้านี้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด คือทีมที่ให้ความสนใจเขามากที่สุด แต่ล่าสุดทัพขุนค้อนได้เปลี่ยนเป้าหมายไปยัง ตาตี้ กาสเตยานอส ของลาซิโอ และ ปาโบล หัวหอกจากกิล วิเซนเต้ แทนแล้ว ทำให้ฟูแล่มกลายเป็นทีมเดียวในลอนดอนที่พร้อมจะยื่นข้อเสนออย่างเป็นรูปธรรมให้กับเชลซีพิจารณา
แผนการทำทีมของฟูแล่มที่ต้องการความเก๋า
มาร์โก ซิลวา กุนซือฟูแล่มต้องการเพิ่มประสบการณ์ในแดนหน้าให้กับทีม และมองว่าทักษะการเลี้ยงบอลและการจบสกอร์ของเขาสามารถช่วยยกระดับแนวรุกของ “เจ้าสัวน้อย” ได้เป็นอย่างดี โดยฟูแล่มพร้อมที่จะมอบบทบาทตัวหลักในแนวรุกให้กับเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่นักเตะกำลังโหยหามากที่สุดในตอนนี้
สเตอร์ลิ่ง กับกำแพงค่าเหนื่อยมหาศาลที่เป็นอุปสรรคสำคัญในการปิดดีล
แม้เรื่องฝีเท้าจะเป็นที่ยอมรับ แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดที่อาจทำให้ดีลนี้สะดุดคือเรื่องเงินเดือนที่เป็นภาระหนักสำหรับทีมขนาดกลางอย่างฟูแล่ม
ตัวเลข 325,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ที่เกินเพดาน
ปัจจุบันเขารับค่าเหนื่อยกับเชลซีสูงถึง 325,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของลีค และสูงเกินกว่าที่ฟูแล่มจะจ่ายไหวแบบเต็มจำนวน ฟูแล่มจำเป็นต้องมีการเจรจาอย่างหนักเพื่อให้นักเตะยอมลดค่าเหนื่อยลง หรืออาจขอให้เชลซีช่วยแบกรับค่าเหนื่อยบางส่วนหากเป็นการย้ายทีมในรูปแบบยืมตัวพ่วงออปชั่นซื้อขาด
การประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนโดยบอร์ดบริหารฟูแล่ม
บอร์ดบริหารของฟูแล่มต้องชั่งน้ำหนักระหว่างชื่อเสียงและฝีเท้า กับความเสี่ยงทางการเงินที่อาจเกิดขึ้น หากเขาสามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ การจ่ายค่าเหนื่อยแพงก็อาจจะคุ้มค่า แต่หากผลงานยังคงเงียบเหงาเหมือนตอนอยู่อาร์เซน่อล ดีลนี้อาจกลายเป็นภาระหนักของสโมสรในระยะยาวได้
สเตอร์ลิ่ง กับโอกาสแจ้งเกิดใหม่ผ่านบทบาทตัวจริงที่คราเวน ค็อตเทจ
สิ่งที่ฟูแล่มสามารถมอบให้เขาได้มากกว่าสโมสรใหญ่อื่นๆ คือการการันตีตำแหน่งในสนามที่สม่ำเสมอ
บทบาทอิสระในแนวรุกภายใต้การคุมทีมของ มาร์โก ซิลวา
ระบบการเล่นของฟูแล่มมักจะเอื้อให้ปีกมีความยืดหยุ่นในการลากเลื้อยเข้าข้างใน ซึ่งเป็นสไตล์ที่เขาถนัดที่สุด การได้เล่นในทีมที่ไม่มีความกดดันสูงเท่าเชลซีหรืออาร์เซน่อล อาจช่วยลดความประหม่าและทำให้เขาได้กลับมาสนุกกับฟุตบอลอีกครั้งจนสามารถทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำ
การพิสูจน์ตนเองว่ายังไม่ถึงจุดอิ่มตัวในวัย 31 ปี
นักเตะหลายคนในอดีตเคยย้ายมาฟูแล่มในช่วงที่ถูกมองว่าขาลงแล้วสามารถกลับมาโดดเด่นได้อีกครั้ง เขาต้องการใช้ที่นี่เป็นเวทีพิสูจน์ว่าเขายังมีสภาพร่างกายและทักษะที่ยอดเยี่ยมไม่ต่างจากสมัยที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกหลายสมัยกับแมนฯ ซิตี้ เพื่อตอกหน้าคำวิจารณ์จากแฟนบอลสิงห์บลูส์
สเตอร์ลิ่ง กับบทสรุปที่วิน-วินสำหรับทุกฝ่ายในตลาดซื้อขายครั้งนี้
การย้ายทีมครั้งนี้น่าจะเป็นบทสรุปที่สวยงามหากการเจรจาเรื่องตัวเลขลงตัว เนื่องจากทุกฝ่ายจะได้ประโยชน์จากดีลนี้
เชลซีกับการลดภาระค่าใช้จ่ายและเคลียร์ที่ว่าง
สำหรับเชลซี การปล่อยตัวเขาออกไปจะช่วยลดเพดานค่าเหนื่อยมหาศาลและเปิดทางให้นักเตะดาวรุ่งคนใหม่ๆ ได้มีโอกาสสอดแทรกขึ้นมา การขายหรือปล่อยยืมตัวในครั้งนี้จะช่วยให้บัญชีทางการเงินของสโมสรดูดีขึ้นตามกฎกำไรและความยั่งยืน (PSR) ของพรีเมียร์ลีก
การยกระดับความทะเยอทะยานของสโมสรฟูแล่ม
การเซ็นสัญญากับนักเตะระดับเขาเป็นการส่งสัญญาณว่าฟูแล่มต้องการก้าวข้ามการเป็นเพียงทีมกลางตาราง และต้องการลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรป ความเป็นแชมป์เปี้ยนที่เขามีติดตัวจะช่วยสร้างทัศนคติที่ดีให้กับเพื่อนร่วมทีมและปลุกกระแสแฟนบอลในถิ่นคราเวน ค็อตเทจ ให้กลับมาคึกคักอีกครั้งในฤดูกาล 2026 นี้
สรุปข่าว
ฟูแล่มกลายเป็นทีมเต็งหนึ่งในการคว้าตัว สเตอร์ลิ่ง ปีกวัย 31 ปีของเชลซีมาร่วมทีม หลังนักเตะกลายเป็นส่วนเกินในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ และล้มเหลวกับการยืมตัวที่อาร์เซน่อล โดยปัจจุบันเวสต์แฮมคู่แข่งสำคัญได้ถอนตัวไปเป็นที่เรียบร้อย อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญคือค่าเหนื่อยที่สูงถึง 325,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งฟูแล่มต้องเจรจาให้นักเตะยอมลดระดับลงเพื่อแลกกับการได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่องเพื่อกู้ชื่อเสียงกลับคืนมา
สเตอร์ลิ่ง คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับสถานการณ์การย้ายทีม
1. ทำไม สเตอร์ลิ่ง ถึงกลายเป็นส่วนเกินของเชลซี?
เขาเริ่มหลุดจากตำแหน่งตัวจริงมาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วเนื่องจากฟอร์มการเล่นที่ไม่สม่ำเสมอ และแผนการทำทีมยุคใหม่ของเชลซีที่เน้นนักเตะอายุน้อย ทำให้เขาไม่อยู่ในแผนการทำทีมระยะยาวของสโมสร
2. ผลงานของเขากับอาร์เซน่อลในสัญญายืมตัวเป็นอย่างไร?
ผลงานถือว่าน่าผิดหวัง เขาไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้และทำผลงานได้ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน จนทำให้อาร์เซน่อลตัดสินใจไม่ซื้อขาดและส่งตัวกลับมาที่เชลซีทันทีหลังจบสัญญา
3. ทำไมฟูแล่มถึงกลายเป็นทีมเต็งที่จะได้ตัวเขาไปร่วมทีม?
เนื่องจาก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่เคยให้ความสนใจได้เปลี่ยนเป้าหมายไปซื้อกองหน้าคนอื่นแทนแล้ว ทำให้ฟูแล่มเป็นทีมที่ชัดเจนที่สุดในการต้องการตัวเขาไปเสริมทัพในลอนดอน
4. อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการที่ฟูแล่มจะเซ็นสัญญาคืออะไร?
คือเรื่อง “ค่าเหนื่อย” ที่เขารับกับเชลซีสูงถึง 325,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งฟูแล่มไม่มีกำลังพอจะจ่ายได้ขนาดนั้น เว้นแต่นักเตะจะยอมลดค่าจ้างลงอย่างมหาศาล
5. เขาจะมีโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงที่ฟูแล่มมากน้อยแค่ไหน?
สูงมาก เนื่องจากฟูแล่มต้องการปีกที่มีประสบการณ์มาเป็นแกนหลักในแนวรุก และ มาร์โก ซิลวา กุนซือของทีมพร้อมที่จะมอบบทบาทอิสระในสนามให้กับเขาเพื่อดึงศักยภาพสูงสุดออกมา
Guru Sports คือ แหล่งรวบรวมข้อมูลสำหรับคนที่มีใจรักกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟตบอล ที่นี่คุณจะพบกับข่าวสาร พรีวิว และรีวิวอย่างละเอียดถี่ถ้วน จากกูรูนักวิเคราะห์ชั้นนำ ทั้งผลบอลล่าสุด ข้อมูลลีกดังระดับโลก อาทิ พรีเมียร์ลีก บุนเดสลีกา และลาลีกา รับรองว่าจะทำให้คุณได้รู้ทันสถานการณ์ฟุตบอล และความเคลื่อนไหวในวงการกีฬาอย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ ยังมีโซเชียล ให้ติดตามข่าว อย่างรวดเร็ว บน Facebook ,Youtube และอื่นๆ







