เอ็นโซ่ มาเรสก้า เฮดโค้ชชาวอิตาเลียนได้สิ้นสุดบทบาทการเป็นผู้นำทัพสิงโตน้ำเงินครามอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากที่สโมสรเชลซีได้ออกแถลงการณ์ยืนยันการแยกทางผ่านเว็บไซต์หลักของสโมสร ซึ่งถือเป็นการยุติสัญญาร่วมกันด้วยความยินยอมพร้อมใจ (Mutual Consent) ของทั้งสองฝ่าย การตัดสินใจในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข่าวลือที่หนาหูเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานระหว่างเขากับกลุ่มผู้บริหารระดับสูง แม้ว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาจะสามารถสร้างความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมด้วยการพาทีมคว้าถ้วยรางวัลระดับนานาชาติมาครองได้ก็ตาม แต่ด้วยผลงานในลีกที่เริ่มถดถอยและเป้าหมายในการคว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เริ่มสั่นคลอน ทำให้บอร์ดบริหารของเชลซีเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือในเวลานี้คือทางออกที่ดีที่สุดเพื่อให้ทีมกลับมาอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องอีกครั้งก่อนจะสายเกินไปในฤดูกาล 2025-26 นี้ ติดตาม การซื้อขายนักเตะ ได้ที่ thscore
สารบัญ
Toggleเอ็นโซ่ มาเรสก้า และมรดกความสำเร็จที่ฝากไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของเชลซี

แม้การอำลาในครั้งนี้จะดูขมขื่น แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ากุนซือชาวอิตาลีรายนี้ได้สร้างเกียรติประวัติครั้งสำคัญให้กับสโมสรในช่วงระยะเวลาที่เขาดำรงตำแหน่ง
การคว้าแชมป์ ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก และ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ
ความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดของเขาคือการพาเชลซีเถลิงบัลลังก์แชมป์ ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก ซึ่งเป็นการย้ำเตือนถึงมาตรฐานของทีมในเวทียุโรป นอกจากนี้เขายังพาทีมไปถึงจุดสูงสุดในรายการ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ หรือศึกชิงแชมป์สโมสรโลก ซึ่งสโมสรเองก็ได้ระบุในแถลงการณ์ว่าความสำเร็จเหล่านี้จะยังคงเป็นส่วนสำคัญในประวัติศาสตร์ที่แฟนบอลจะจดจำตลอดไป
คำขอบคุณและเกียรติประวัติในระยะเวลาอันสั้น
สโมสรเชลซีได้แสดงความขอบคุณต่อความทุ่มเทของเขาที่ส่งผลให้ทีมก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์โลก การจากลาในครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องของคุณภาพฝีมือเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความลงตัวในโปรเจกต์ระยะยาวที่อาจจะไม่สอดคล้องกันอีกต่อไป ทำให้เกียรติประวัติเหล่านี้กลายเป็นความทรงจำสุดท้ายที่เขามอบให้กับเหล่าแฟนบอล “เดอะ บลูส์” ทั่วโลก
มาเรสก้า กับวิกฤตความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดในรั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์

หนึ่งในสาเหตุหลักที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางคือปัญหาความขัดแย้งภายในระหว่างเขากับบุคคลระดับสูงของสโมสร ซึ่งเป็นสิ่งที่สื่อกีฬาชื่อดังอย่าง สกาย สปอร์ต ได้รายงานไว้ก่อนหน้านี้
ข่าวลือเรื่องรอยร้าวกับผู้บริหารระดับสูง
มีรายงานว่าเขามีความเห็นที่ไม่ลงรอยกับบุคคลสำคัญบางรายในบอร์ดบริหาร เกี่ยวกับแนวทางการบริหารทีมและการจัดการทรัพยากรผู้เล่น ความตึงเครียดนี้สะสมมาเป็นเวลานานจนส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการทำงานภายในทีม ซึ่งท้ายที่สุดแล้วความขัดแย้งนอกสนามก็เริ่มส่งผลสะท้อนออกมาผ่านฟอร์มการเล่นของนักเตะในสนามแข่งขัน
เป้าหมายที่สวนทางกับความกดดันจากเบื้องบน
เชลซีภายใต้ยุคเจ้าของใหม่มีความคาดหวังที่สูงมาก โดยเฉพาะเป้าหมายในการกลับไปเล่นในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ได้ ซึ่งเมื่อทิศทางการทำงานของโค้ชและฝ่ายบริหารเริ่มไม่สอดประสานกัน การยุติบทบาทจึงกลายเป็นทางเลือกเดียวเพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อเป้าหมายในอีก 4 รายการที่เหลือซึ่งสโมสรยังคงมีลุ้นอยู่ในขณะนี้
มาเรสก้า กับช่วงเวลาฟอร์มตกที่กลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย
นอกเหนือจากปัญหานอกสนาม ผลการแข่งขันในระยะหลังคือปัจจัยเร่งที่ทำให้การแยกทางเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะผลการแข่งขันในบ้านที่น่าผิดหวัง
ความพ่ายแพ้ต่อแอสตัน วิลล่า และการเสมอส่วนบอร์นมัธ
สถิติการเล่นในรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ 2 เกมล่าสุดสร้างความไม่พอใจให้กับแฟนบอลและบอร์ดบริหารเป็นอย่างมาก เริ่มจากการพ่ายแพ้ต่อ แอสตัน วิลล่า 1-2 และการทำได้เพียงเสมอ บอร์นมัธ 2-2 การทำแต้มหล่นหายในถิ่นตัวเองต่อทีมที่เกรดบอลเป็นรอง ทำให้ความเชื่อมั่นในตัวกุนซือรายนี้ลดลงถึงจุดต่ำสุด
การเปลี่ยนแปลงก่อนเกมสำคัญที่เอติฮัด สเตเดี้ยม
จังหวะเวลาในการประกาศแยกทางมีความสำคัญมาก เนื่องจากเชลซีมีโปรแกรมสำคัญที่จะต้องไปเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันอาทิตย์ที่ 4 มกราคมนี้ สโมสรเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงก่อนเกมใหญ่เพื่อหวัง “เอฟเฟกต์การเปลี่ยนโค้ช” ที่อาจจะช่วยกระตุ้นจิตใจนักเตะให้ฮึดสู้กับแชมป์เก่าได้ดีกว่าการปล่อยให้สถานการณ์อึมครึมต่อไป
มาเรสก้า กับทิศทางในอนาคตและความท้าทายใหม่ของสิงห์บลูส์
เมื่อเก้าอี้กุนซือว่างลง คำถามสำคัญคือเชลซีจะเลือกใครเข้ามาสานต่อภารกิจที่ยังคงค้างคาอยู่ โดยเฉพาะการพาทีมกลับสู่ความยิ่งใหญ่
แผนการสรรหาเฮดโค้ชคนใหม่ของบอร์ดบริหาร
เชลซีระบุว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้คือ “โอกาสที่ดีที่สุด” ในการกลับมาอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง ซึ่งหมายความว่าพวกเขาน่าจะมีรายชื่อผู้ที่เหมาะสมอยู่ในใจแล้ว งานของกุนซือคนใหม่จะหนักหนาตั้งแต่วันแรก เพราะต้องแบกรับความหวังในทุกรายการแข่งขันที่ทีมยังอยู่ในเส้นทาง รวมถึงความกดดันจากการจัดการขุมกำลังที่มหาศาล
ก้าวต่อไปของกุนซือชาวอิตาเลียนในวงการฟุตบอล
สำหรับตัวเขาเอง ด้วยดีกรีแชมป์สโมสรโลกและยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก เชื่อว่าเขาจะไม่ว่างงานนานนัก สไตล์การคุมทีมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวยังคงเป็นที่ต้องการของหลายสโมสรทั้งในอิตาลีและยุโรป การแยกทางในครั้งนี้จึงอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการไปพิสูจน์ฝีมือในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับเขามากกว่าที่เชลซี
มาเรสก้า กับบทสรุปที่ว่าด้วยความเป็นจริงของโลกฟุตบอลสมัยใหม่
การปิดฉากความสัมพันธ์ในครั้งนี้ย้ำเตือนให้เห็นว่าในโลกฟุตบอลระดับสูง ความสำเร็จในอดีตอาจไม่เพียงพอที่จะการันตีอนาคตหากปัจจุบันไม่ตอบโจทย์เป้าหมายของสโมสร
ความยินยอมพร้อมใจในการจากลาที่เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย
การแยกทางด้วยความยินยอมทั้งสองฝ่ายช่วยรักษาเกียรติของทั้งตัวโค้ชและสโมสรได้ดีกว่าการถูกไล่ออกเพียงอย่างเดียว สิ่งนี้ทำให้เขายังคงมีความสัมพันธ์ที่เป็นมืออาชีพกับเชลซี และสโมสรเองก็สามารถก้าวต่อไปข้างหน้าได้โดยไม่ต้องแบกรับปัญหาความขัดแย้งที่เรื้อรัง
ความหวังของแฟนบอลต่อการเริ่มต้นใหม่ครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้
แฟนบอลเชลซีคงต้องเผชิญกับช่วงเวลาแห่งการปรับตัวอีกครั้ง แต่ด้วยศักยภาพของนักเตะที่มีอยู่ ทุกคนหวังว่าการจากไปของเขาจะเป็นการ “ถอยเพื่อก้าวกระโดด” และนำพาความมั่นคงกลับมาสู่สโมสรอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2026 ที่แสนเข้มข้นนี้
สรุปข่าว
สโมสรเชลซีประกาศแยกทางกับ มาเรสก้า เฮดโค้ชชาวอิตาเลียนอย่างเป็นทางการด้วยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย ยุติบทบาทหลังพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก และฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ โดยสาเหตุหลักคาดว่ามาจากความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับบอร์ดบริหารและผลงานในลีกที่ไม่สม่ำเสมอ ล่าสุดแพ้วิลล่าและเสนอบอร์นมัธในบ้าน ทำให้สโมสรตัดสินใจเปลี่ยนแปลงก่อนเกมสำคัญที่จะไปเยือนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพื่อหาโอกาสกลับคืนสู่ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมและลุ้นตั๋วยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ต่อไป
มาเรสก้า คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการแยกทางกับเชลซี
1. ทำไม มาเรสก้า ถึงออกจากตำแหน่งกุนซือเชลซี?
การแยกทางเกิดขึ้นจากความยินยอมพร้อมใจของทั้งสองฝ่าย โดยสโมสรต้องการเปลี่ยนแปลงเพื่อเป้าหมายที่ดียิ่งขึ้น ท่ามกลางข่าวลือเรื่องความตึงเครียดกับผู้บริหารและผลการแข่งขันที่ดิ่งลงในระยะหลัง
2. ความสำเร็จที่เขาทิ้งไว้ให้เชลซีมีอะไรบ้าง?
ตลอดช่วงการคุมทีม เขาพาสโมสรคว้าแชมป์ ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก (UEFA Conference League) และรายการใหญ่ระดับโลกอย่าง ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ (FIFA Club World Cup)
3. ผลการแข่งขันนัดไหนที่เป็นตัวเร่งให้เกิดการไล่ออกในครั้งนี้?
เกมในรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ 2 นัดล่าสุดที่ เชลซี แพ้ให้กับ แอสตัน วิลล่า 1-2 และเสมอ บอร์นมัธ 2-2 ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความเชื่อมั่นของบอร์ดบริหารหมดลง
4. ใครจะทำหน้าที่คุมทีมแทนในเกมเยือนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ วันอาทิตย์นี้?
ขณะนี้สโมสรยังไม่ได้ประกาศชื่อกุนซือคนใหม่อย่างเป็นทางการ คาดว่าจะเป็นทีมสตาฟฟ์โค้ชชุดรักษาการที่จะทำหน้าที่ในเกมเยือนเอติฮัด สเตเดี้ยม วันที่ 4 มกราคม
5. เขาเคยมีปัญหากับใครในสโมสรตามข่าวลือ?
รายงานจากสื่ออย่างสกาย สปอร์ต ระบุว่าเขามีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับบุคคลสำคัญในฝ่ายบริหารบางราย ซึ่งส่งผลต่อการวางแผนงานในระยะยาวของสโมสร
Guru Sports คือ แหล่งรวบรวมข้อมูลสำหรับคนที่มีใจรักกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟุตบอล ที่นี่คุณจะพบกับข่าวสาร พรีวิว และรีวิวอย่างละเอียดถี่ถ้วน จากกูรูนักวิเคราะห์ชั้นนำ ทั้งผลบอลล่าสุด ข้อมูลลีกดังระดับโลก อาทิ พรีเมียร์ลีก บุนเดสลีกา และลาลีกา รับรองว่าจะทำให้คุณได้รู้ทันสถานการณ์ฟุตบอล และความเคลื่อนไหวในวงการกีฬาอย่างครบถ้วนนอกจากนี้ ยังมีโซเชียล ให้ติดตามข่าว อย่างรวดเร็ว บน Facebook ,Youtube และอื่นๆ







