Skip to content

การเตะมุมคืออะไร | เทคนิคการเตะมุมที่มีประสิทธิภาพในกีฬาฟุตบอล

Share

การเตะมุมคืออะไร : การเตะมุม (Corner Kick) เป็นจังหวะสำคัญในกีฬาฟุตบอลที่สามารถเปลี่ยนแปลงผลการแข่งขันได้อย่างมีนัยสำคัญ การเตะมุมเกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นฝ่ายรับเป็นคนสัมผัสบอลครั้งสุดท้ายก่อนที่บอลจะออกนอกเส้นประตูทางด้านข้าง (ไม่ใช่ระหว่างเสาประตู)

จังหวะการเตะมุมเปิดโอกาสให้ทีมรุกสร้างโอกาสทำประตูโดยส่งบอลเข้าพื้นที่อันตรายในกรอบเขตโทษ การเตะมุมไม่ได้มีเพียงแค่การเตะส่งเข้าไปกลางกรอบเขตโทษเท่านั้น แต่ยังมีเทคนิคการเตะที่หลากหลาย เช่น การส่งสั้น การยิงตรง หรือการวางบอลลึกเพื่อสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีม

ในบทความนี้ คุณจะได้เรียนรู้ทั้งกฎพื้นฐานและเทคนิคขั้นสูงเกี่ยวกับการเตะมุมที่นิยมใช้ในปัจจุบัน รวมถึงข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่น และช่วยทีมของคุณสร้างโอกาสทำประตูอย่างมืออาชีพ

เรียนรู้เกี่ยวกับการเตะมุม

เรียนรู้เกี่ยวกับการเตะมุม

การเตะมุม (Corner Kick) เป็นจังหวะสำคัญในกีฬาฟุตบอลที่สามารถพลิกเกมการแข่งขันได้ในทันที การเตะมุมเป็นลูกตั้งเตะที่เกิดขึ้นเมื่อฝ่ายรับสัมผัสบอลครั้งสุดท้ายก่อนที่ลูกบอลจะออกนอกเส้นหลังสนาม (ยกเว้นกรณีที่ลูกบอลเข้าสู่ประตู)

การเตะมุมเปิดโอกาสให้ทีมรุกใช้การส่งบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ หรือยิงตรงเข้าประตูเพื่อลุ้นทำคะแนน เทคนิคและการวางแผนในจังหวะเตะมุมมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพของทีม การเตะมุมไม่ได้ขึ้นอยู่กับความแม่นยำของผู้เตะเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้เล่นทั้งหมดในทีม

บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจทั้งกฎพื้นฐานเกี่ยวกับการเตะมุม และสถานการณ์ที่ทำให้เกิดจังหวะนี้ในเกมการแข่งขัน เพื่อให้คุณเข้าใจและติดตามเกมได้อย่างสนุกและลึกซึ้งยิ่งขึ้น

การเตะมุมคืออะไร

สถานการณ์ใดที่ต้องใช้การเตะมุม

การเตะมุม (Corner Kick) เป็นการเล่นที่เกิดขึ้นเมื่อ:

  1. ลูกบอลออกนอกเส้นหลังสนาม (Goal Line) โดยที่ฝ่ายรับเป็นผู้สัมผัสบอลครั้งสุดท้าย
  2. ลูกบอลไม่ได้เข้าสู่ประตู

จุดที่ใช้เตะมุมคือตรง กรอบโค้งที่มุมธง ของสนาม โดยมีผู้เล่นฝ่ายรุกหนึ่งคนทำการเตะลูกจากจุดดังกล่าว ลูกบอลสามารถถูกส่งไปยังตำแหน่งใดก็ได้ในสนามตามแผนการเล่นของทีม

กฎสำคัญของการเตะมุม:

  • ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามต้องอยู่ห่างจากลูกบอลอย่างน้อย 10 หลา
  • ลูกบอลต้องถูกเตะและเคลื่อนที่จึงจะถือว่าเริ่มเล่นได้
  • ลูกบอลสามารถถูกส่งสั้น ส่งยาว หรือแม้แต่ยิงตรงเข้าประตู

การเตะมุมเป็นโอกาสที่ดีสำหรับทีมรุกในการสร้างจังหวะการทำประตู โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทีมมีผู้เล่นที่เก่งในการโหม่งหรือยิงลูกกลางอากาศ

สถานการณ์ใดที่ต้องใช้การเตะมุม

การเตะมุมเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่ลูกบอลออกนอกเส้นหลังสนาม และฝ่ายรับเป็นผู้สัมผัสบอลครั้งสุดท้าย สถานการณ์ที่พบบ่อยได้แก่:

  1. การสกัดบอลออก:
    กองหลังมักเลือกสกัดบอลออกนอกเส้นหลังเพื่อหยุดการบุกของฝ่ายตรงข้าม แม้ว่าการกระทำนี้จะทำให้เกิดการเตะมุม แต่ก็เป็นวิธีที่ปลอดภัยเมื่อทีมอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย
  2. ผู้รักษาประตูปัดบอลออก:
    เมื่อผู้รักษาประตูป้องกันลูกยิงที่อันตรายและปัดบอลออกหลัง การเตะมุมจะเกิดขึ้นเพื่อให้ฝ่ายรุกได้โอกาสเล่นต่อ
  3. การสัมผัสบอลโดยไม่ได้ตั้งใจ:
    หากลูกบอลสัมผัสผู้เล่นฝ่ายรับในลักษณะที่ไม่ได้ตั้งใจ เช่น ลูกบอลกระเด้งโดนขาและออกเส้นหลัง ก็จะส่งผลให้เกิดการเตะมุม

การเตะมุมในแต่ละครั้งมักเป็นจุดเปลี่ยนของเกม เพราะสามารถสร้างโอกาสทำประตูได้สูง หากทีมมีการวางแผนและใช้เทคนิคการเล่นที่เหมาะสม

กฎของการเตะมุมในกีฬาฟุตบอล

การเตะมุม (Corner Kick) เป็นลูกตั้งเตะที่มีกฎชัดเจนซึ่งกำหนดขึ้นโดย FIFA เพื่อความยุติธรรมและเป็นระเบียบในเกมฟุตบอล การปฏิบัติตามกฎเหล่านี้ช่วยให้การเตะมุมมีประสิทธิภาพและไม่เกิดความสับสนในสนาม

กฎของการเตะมุมในฟุตบอล:

  1. ตำแหน่งการตั้งลูกบอล:
    ลูกบอลจะต้องถูกวางในกรอบโค้งที่มุมธงสนามเท่านั้น และลูกบอลต้องนิ่งก่อนการเตะ
  2. ระยะห่างของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม:
    ผู้เล่นฝ่ายรับต้องอยู่ห่างจากลูกบอลอย่างน้อย 10 หลา (9.15 เมตร) จนกว่าลูกบอลจะถูกเตะ
  3. วิธีการเตะ:
    • ผู้เล่นฝ่ายรุกต้องเตะลูกบอลให้เคลื่อนที่อย่างชัดเจน
    • ลูกบอลสามารถถูกส่งไปยังจุดใดก็ได้ในสนาม
  4. ข้อจำกัดของผู้เตะมุม:
    ผู้เล่นที่เตะมุมไม่สามารถสัมผัสลูกบอลอีกครั้งก่อนที่ลูกบอลจะถูกสัมผัสโดยผู้เล่นคนอื่น

การเตะมุมเป็นโอกาสสำคัญสำหรับทีมรุกในการสร้างจังหวะทำประตู การปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัดช่วยให้เกมดำเนินไปอย่างราบรื่น

เทคนิคการเตะมุมที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

การยิงตรงเข้าประตู

เทคนิคการเตะมุมในฟุตบอลปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ โดยแต่ละรูปแบบมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มโอกาสทำประตูหรือสร้างความสับสนให้กับฝ่ายรับ ทีมฟุตบอลมักเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสมกับสถานการณ์และความสามารถของผู้เล่น

ตัวอย่างเทคนิคการเตะมุมที่นิยม:

  1. การส่งบอลสั้น: ส่งลูกบอลให้ผู้เล่นที่อยู่ใกล้เพื่อสร้างจังหวะเล่นต่อ
  2. การส่งบอลยาว: วางลูกบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษเพื่อลุ้นลูกโหม่ง
  3. การยิงตรงเข้าประตู: เล็งยิงตรงเพื่อสร้างความประหลาดใจ
  4. การเตะแบบซับซ้อน: ใช้การเคลื่อนที่ของผู้เล่นเพื่อดึงแนวรับและเปิดช่อง

การเลือกใช้เทคนิคขึ้นอยู่กับแผนการเล่นและจุดอ่อนของทีมคู่แข่ง เทคนิคที่มีการฝึกซ้อมมาอย่างดีสามารถเปลี่ยนจังหวะเตะมุมให้เป็นประตูสำคัญได้

การส่งบอลสั้น

การส่งบอลสั้น เป็นเทคนิคที่ผู้เล่นฝ่ายรุกส่งลูกบอลไปให้เพื่อนร่วมทีมที่อยู่ใกล้ที่สุด การส่งบอลสั้นมักถูกใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการป้องกันของผู้เล่นฝ่ายรับในกรอบเขตโทษ

ข้อดี:

  • เพิ่มความยืดหยุ่นในการเล่น
  • ลดความเสี่ยงจากการสกัดบอลของฝ่ายรับ

ข้อควรระวัง:

  • ผู้เล่นที่รับบอลต้องเตรียมพร้อมและมีพื้นที่เพียงพอในการเล่นต่อ
  • หากการส่งไม่แม่นยำ ฝ่ายรับอาจฉกฉวยโอกาสในการสวนกลับ

การส่งบอลยาว

การส่งบอลยาว เป็นการเตะลูกบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษด้วยแรงและความแม่นยำ เทคนิคนี้มักใช้เมื่อทีมมีผู้เล่นที่เชี่ยวชาญในการโหม่งบอล

ข้อดี:

  • เพิ่มโอกาสทำประตูจากลูกโหม่ง
  • สร้างแรงกดดันให้กับฝ่ายรับ

ข้อควรระวัง:

  • หากลูกบอลไม่แม่นยำ อาจเสียโอกาสทำประตู
  • ฝ่ายรับที่เก่งในการป้องกันลูกกลางอากาศอาจสกัดบอลได้ง่าย

การยิงตรงเข้าประตู

การยิงตรงเข้าประตู เป็นเทคนิคที่เน้นการเล็งลูกบอลเข้าประตูโดยตรงจากการเตะมุม เทคนิคนี้เหมาะสำหรับผู้เล่นที่มีทักษะการเตะที่แม่นยำ

ข้อดี:

  • สร้างความกดดันสูงสุดต่อผู้รักษาประตู
  • หากผู้รักษาประตูเสียตำแหน่ง อาจทำประตูได้ทันที

ข้อควรระวัง:

  • ความแม่นยำต้องสูงมาก
  • ฝ่ายรับอาจสกัดบอลที่เส้นประตู

การเตะตรง

การเตะตรง เป็นการส่งลูกบอลด้วยแรงและความเร็วไปยังตำแหน่งที่เจาะจงในกรอบเขตโทษ เทคนิคนี้มักใช้เพื่อให้ผู้เล่นในกรอบรับลูกต่อ

ข้อดี:

  • สร้างจังหวะทำประตูได้ทันที
  • ลดเวลาในการเล่นต่อ

ข้อควรระวัง:

  • ผู้เล่นต้องพร้อมรับบอลในตำแหน่งที่ถูกส่ง

การเตะแยก

การเตะแยก คือการส่งลูกบอลไปยังตำแหน่งที่ห่างจากจุดที่ผู้เล่นฝ่ายรับคาดการณ์ เทคนิคนี้ใช้การกระจายตัวของผู้เล่นเพื่อหลอกฝ่ายตรงข้าม

ข้อดี:

  • เพิ่มความหลากหลายในเกม
  • ลดโอกาสสกัดบอลของฝ่ายรับ

ข้อควรระวัง:

  • ต้องอาศัยการวางแผนที่ดี

การเตะลูกลากยาว

การเตะลูกลากยาว เป็นการส่งบอลจากมุมสนามในลักษณะพุ่งต่ำเพื่อให้ผู้เล่นคนอื่นวิ่งเข้ามารับบอลในระยะใกล้ประตู

ข้อดี:

  • เพิ่มความเร็วในการโจมตี
  • ฝ่ายรับอาจคาดเดาทิศทางลูกยาก

ข้อควรระวัง:

  • การประสานงานระหว่างผู้เล่นต้องแม่นยำ

การเตะแบบซับซ้อน

การเตะแบบซับซ้อน ใช้การวางแผนที่หลอกลวงและการเคลื่อนที่ที่ซับซ้อนของผู้เล่นหลายคนเพื่อดึงแนวรับฝ่ายตรงข้ามออกจากตำแหน่ง

ข้อดี:

  • สร้างโอกาสในการทำประตูจากช่องว่างที่เปิดขึ้น
  • ยากต่อการคาดการณ์ของฝ่ายตรงข้าม

ข้อควรระวัง:

  • หากการประสานงานไม่ดี อาจเสียโอกาสทันที

ข้อผิดพลาดและวิธีแก้ไขในการเตะมุม

เทคนิคการเตะมุม

การเตะมุม (Corner Kick) เป็นโอกาสที่สำคัญในเกมฟุตบอล แต่ในบางครั้งผู้เล่นอาจทำผิดพลาด ซึ่งส่งผลให้เสียโอกาสทำประตูหรือทำให้ทีมฝ่ายตรงข้ามได้เปรียบ ข้อผิดพลาดเหล่านี้มักเกิดจากการขาดสมาธิหรือการวางแผนที่ไม่เหมาะสม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเตะมุม:

  1. การส่งบอลไม่แม่นยำ: ลูกบอลอาจไปไม่ถึงตำแหน่งที่วางแผนไว้ หรือโดนผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามสกัดได้ง่าย
  2. การสื่อสารที่ไม่ชัดเจน: ผู้เล่นในทีมไม่ได้วางแผนหรือสื่อสารกันอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เสียจังหวะ
  3. การเคลื่อนที่ผิดพลาด: ผู้เล่นฝ่ายรุกอาจไม่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ส่งผลให้พลาดโอกาสทำประตู

วิธีแก้ไขข้อผิดพลาดในการเตะมุม:

  • การฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง: เพิ่มความแม่นยำในการส่งบอลและความเข้าใจระหว่างผู้เล่น
  • วางแผนล่วงหน้า: เลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น การส่งสั้น การส่งยาว หรือการเตะลูกลากยาว
  • สื่อสารในทีม: ใช้สัญญาณหรือคำพูดสั้นๆ เพื่อให้ทุกคนเข้าใจบทบาทของตัวเอง

การแก้ไขข้อผิดพลาดเหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเตะมุมและเพิ่มโอกาสทำประตูให้กับทีม

กรณีที่ผู้เล่นทำการเตะมุมไม่ใช่ผู้รักษาประตู

ในสถานการณ์ปกติ การเตะมุมมักถูกมอบหมายให้ผู้เล่นแนวรุกหรือกองกลางที่มีความเชี่ยวชาญในการส่งบอล แต่หากผู้เล่นที่ไม่ถนัดในด้านนี้ทำหน้าที่ อาจเกิดข้อผิดพลาด เช่น:

  • การเตะบอลไม่แม่นยำ: บอลอาจหลุดกรอบหรือไปไม่ถึงเป้าหมาย
  • การส่งบอลเบาเกินไป: ทำให้ผู้เล่นฝ่ายรับตัดบอลได้ง่าย

วิธีแก้ไข:

  1. ฝึกทักษะการเตะมุมให้หลากหลาย: ผู้เล่นทุกคนควรฝึกเตะมุมเพื่อเพิ่มความพร้อมในสถานการณ์ฉุกเฉิน
  2. เลือกใช้กลยุทธ์ที่ง่าย: หากผู้เล่นไม่มั่นใจ ควรเลือกการส่งบอลสั้นที่มีความเสี่ยงต่ำ
  3. เน้นความมั่นใจ: แม้ผู้เล่นจะไม่ถนัด แต่การตั้งสมาธิและมั่นใจจะช่วยลดความผิดพลาด

กรณีที่ผู้รักษาประตูเป็นผู้ทำการเตะมุม

ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เช่น ช่วงท้ายเกมที่ต้องการประตูด่วน ผู้รักษาประตูอาจเข้ามาทำหน้าที่เตะมุม เนื่องจากไม่มีผู้เล่นอื่นพร้อมทำหน้าที่ หรือเพื่อเพิ่มผู้เล่นแนวรุกในกรอบเขตโทษ

ความเสี่ยงและข้อผิดพลาดที่อาจเกิด:

  • เสียเวลา: การเตรียมตัวและการกลับไปป้องกันอาจช้า
  • ความไม่ถนัด: ผู้รักษาประตูมักไม่ได้ฝึกซ้อมการเตะมุมโดยตรง

วิธีแก้ไข:

  1. เลือกกลยุทธ์ที่ปลอดภัย: ผู้รักษาประตูควรส่งบอลสั้นเพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาด
  2. เตรียมพร้อมวิ่งกลับ: หากเสียบอล ผู้รักษาประตูต้องรีบกลับไปที่ประตูทันที
  3. ฝึกซ้อมเพื่อความพร้อม: แม้จะไม่ใช่หน้าที่ปกติ แต่การฝึกเตะมุมสามารถช่วยในสถานการณ์ฉุกเฉินได้

การให้ผู้รักษาประตูทำหน้าที่เตะมุมควรใช้เฉพาะในสถานการณ์ที่จำเป็นอย่างยิ่งเท่านั้น และควรวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น

Guru sports คือ แหล่งรวบรวมข้อมูลสำหรับคนที่มีใจรักกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟุตบอล ที่นี่คุณจะพบกับข่าวสาร พรีวิว และรีวิวอย่างละเอียดถี่ถ้วน จากกูรูนักวิเคราะห์ชั้นนำ ทั้งผลบอลล่าสุด ข้อมูลลีกดังระดับโลก อาทิ พรีเมียร์ลีก บุนเดสลีกา และลาลีกา รับรองว่าจะทำให้คุณได้รู้ทันสถานการณ์ฟุตบอล และความเคลื่อนไหวในวงการกีฬาอย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ ยังมีโซเชียล ให้ติดตามข่าว อย่างรวดเร็ว บน Facebook ,Youtube และอื่นๆ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
สารบัญ