ราฟินญ่า ดาวเตะบราซิเลียน กลายเป็นฮีโร่ผู้จารึกชื่อในประวัติศาสตร์สโมสรบาร์เซโลน่าอีกครั้ง หลังระเบิดฟอร์มอันร้อนแรงเหมาคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ทัพ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า เฉือนเอาชนะคู่ปรับตลอดกาลอย่าง “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ไปได้อย่างสุดมันส์ด้วยสกอร์ 3-2 ในศึกสแปนิช ซูเปอร์ คัพ นัดชิงชนะเลิศ ปี 2026 เกมนี้เต็มไปด้วยดราม่าและความเข้มข้นตลอด 90 นาที โดยบาร์เซโลน่าต้องเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบากในช่วงท้ายเกมเมื่อต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนจากการที่ เฟร็งกี้ เดอ ยอง โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม ทว่าด้วยระเบียบวินัยและการวางแท็กติกที่ยอดเยี่ยมของ ฮันซี่ ฟลิค ทำให้พวกเขายังคงรักษาสกอร์ที่ได้เปรียบไว้ได้จนจบเกม ส่งผลให้บาร์เซโลน่าผงาดคว้าแชมป์รายการนี้มาครองเป็นสมัยที่ 16 มากที่สุดในประวัติศาสตร์เหนือทุกทีมในสเปน พร้อมทั้งเป็นการย้ำแค้นศัตรูหมายเลขหนึ่งในเกม เอล กลาซิโก้ เวอร์ชั่นฟุตบอลถ้วยได้อย่างยิ่งใหญ่ ณ สังเวียนแข้งที่เต็มไปด้วยความกดดันสูงลิบ ติดตาม การซื้อขายนักเตะ ได้ที่ thscore
สารบัญ
Toggleราฟินญ่า ดาวเตะบราซิเลียน วิเคราะห์รูปเกมครึ่งแรก

ช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน ทั้งสองทีมต่างเปิดเกมรุกเข้าใส่กันทันทีโดยไม่มีการดูเชิง ทำให้แฟนบอลได้ลุ้นประตูตั้งแต่นาทีแรกๆ
การโต้กลับที่น่ากลัวของวินิซิอุสและการตอบโต้จากบาร์ซ่า
เรอัล มาดริด เกือบเป็นฝ่ายได้ประตูออกนำก่อนในช่วงนาทีที่ 14 จากจังหวะกระชากลากเลื้อยของ วินิซิอุส จูเนียร์ ที่หลุดเข้าไปซัดมุมแคบแต่ โจน การ์เซีย นายทวารบาร์ซ่ายังล้มตัวเซฟไว้ได้ทันควัน ขณะที่ฝั่งบาร์เซโลน่าก็เกือบได้เฮจากลูกเตะมุมที่ เอริก การ์เซีย ขึ้นโหม่งแต่ถูกสกัดได้จากเส้นประตู บรรยากาศในสนามเริ่มระอุขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีการปะทะกันหนักๆ ระหว่างดาวรุ่งอย่าง ลามีน ยามาล และผู้เล่นมาดริดจนเกือบเกิดเหตุการณ์ชุลมุน
จุดเริ่มต้นของความเหนือกว่าด้วยเท้าซ้ายของดาวเตะบราซิเลียน
บาร์เซโลน่าเริ่มตั้งลำได้และกดดันอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งนาทีที่ 35 ความพยายามก็เป็นผลเมื่อ เฟร์มีน โลเปซ จ่ายทะลุช่องให้ตัวรุกทีมชาติบราซิลควบเข้าเขตโทษก่อนจะซัดด้วยซ้ายข้างถนัดเสียบเสาสองอย่างเฉียบคมผ่านมือ ติโบต์ กูร์กตัวส์ เข้าไปให้ทีมนำ 1-0 ถือเป็นการปลดล็อคที่สำคัญและทำให้รูปเกมของบาร์เซโลน่าดูไหลลื่นขึ้นอย่างชัดเจนในทันที
ช่วงเวลาแห่งดราม่าในช่วงทดเจ็บครึ่งแรกกับ 3 ประตูที่เกิดขึ้นในพริบตา

สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผู้ตัดสินเป่านกหวีดทดเวลาบาดเจ็บ เมื่อทั้งสองทีมต่างรัวประตูใส่กันอย่างไม่ยั้ง
การตีเสมอของราชันและการโต้กลับอย่างรวดเร็วของเลวานดอฟสกี้
เรอัล มาดริด ตีเสมอเป็น 1-1 ในนาทีที่ 45+2 จากความสามารถเฉพาะตัวของ วินิซิอุส จูเนียร์ แต่ดีใจได้เพียงนาทีเดียว บาร์เซโลน่าก็ขยับนำอีกครั้งเป็น 2-1 เมื่อเปดรี้จ่ายบอลอย่างเหนือชั้นให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หลุดเข้าไปดีดบอลสวนตัวกูร์กตัวส์เข้าประตูไปอย่างเยือกเย็นท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังสนั่น
ลูกฮึดของราชันก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 2-2
แม้จะโดนนำอีกครั้งแต่มาดริดไม่ยอมแพ้ ในนาทีสุดท้ายของช่วงทดเจ็บ 45+4 กอนซาโล่ การ์เซีย ใช้ความพยายามในการตามซ้ำลูกโหม่งของ ดีน เฮาเซ่น ที่ชนคานออกมา ยิงจังหวะสองเข้าไปให้สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 2-2 ทำให้จบครึ่งเวลาแรกด้วยความตื่นเต้นระดับห้าดาวและการแบ่งแต้มที่ดูเหมือนจะเริ่มต้นใหม่ในครึ่งหลัง
เกมรับที่เหนียวแน่นของ โจน การ์เซีย และการตัดสินแชมป์ด้วยลูกแฉลบ
ในครึ่งหลังเรอัล มาดริดพยายามโหมบุกอย่างหนักเพื่อแซงนำ แต่กลับต้องมาพ่ายแพ้ให้กับจังหวะชี้เป็นชี้ตายที่เกิดขึ้นในนาทีที่ 73
โจน การ์เซีย กับการโชว์ซูเปอร์เซฟสยบวินิซิอุส
วินิซิอุส จูเนียร์ ยังคงเป็นตัวอันตรายที่สุดของฝั่งราชันชุดขาว โดยมีโอกาสสับไกเน้นๆ หลายครั้งในนาทีที่ 51 และ 56 แต่ โจน การ์เซีย ผู้รักษาประตูของบาร์ซ่าในวันนี้โชว์ฟอร์มระดับโลกด้วยการปัดป้องลูกยิงยากๆ ไว้ได้ทั้งหมด ทำให้บาร์เซโลน่าไม่เสียประตูเพิ่มในช่วงที่โดนกดดันอย่างหนัก
ประตูชัยและแฮตทริกกลายๆ ของแนวรุกบราซิเลียน
ในนาทีที่ 73 บาร์เซโลน่าได้ประตูนำ 3-2 จากจังหวะที่บอลกระดอนมาเข้าทางปีกบราซิเลียนเบอร์ 11 เขาแตะบอลเข้าหาเขตโทษก่อนสับไกด้วยขวา บอลแฉลบ ออเรเลียง ชูอาเมนี่ เปลี่ยนทางเข้าประตูไปชนิดที่กูร์กตัวส์เสียจังหวะ ประตูนี้ถือเป็นประตูตัดสินเกมที่ส่งให้บาร์เซโลน่าก้าวไปสู่ตำแหน่งแชมป์อย่างเต็มตัว
สถานการณ์วิกฤตในช่วงท้ายเมื่อกัปตันทีมโดนใบแดงไล่ออก
ช่วง 5 นาทีสุดท้ายและเวลาทดเจ็บกว่า 6 นาที กลายเป็นบททดสอบความแข็งแกร่งทางจิตใจของนักเตะบาร์เซโลน่า
ใบแดงของ เฟร็งกี้ เดอ ยอง และการปรับทัพของฟลิค
นาทีที่ 90 แฟนบอลบาร์ซ่าต้องใจหายวูบเมื่อ เฟร็งกี้ เดอ ยอง พุ่งเสียบ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ อย่างรุนแรงจนผู้ตัดสินชูใบแดงไล่ออกทันที ทำให้ทีมต้องเหลือ 10 คน ฮันซี่ ฟลิค ต้องแก้เกมด้วยการถอด ลามีน ยามาล ออกแล้วส่ง โรนัลด์ อาเราโฮ่ ลงมาอุดรูรั่วในแนวรับเพื่อรักษาสกอร์ที่นำอยู่เพียงลูกเดียว
การป้องกันที่แข็งแกร่งในช่วงทดเจ็บ 6 นาที
เรอัล มาดริด พยายามใช้ความได้เปรียบเรื่องตัวผู้เล่นโยนบอลเข้าเขตโทษอย่างต่อเนื่อง ทั้งเอ็มบั๊ปเป้และชูอาเมนี่ได้โอกาสโหม่งลุ้นประตูในช่วงนาทีที่ 90+6 แต่ โจน การ์เซีย ยังคงนิ่งพอที่จะรับบอลไว้ได้ทุกลูก จนกระทั่งเสียงนกหวีดจบเกมดังขึ้น บาร์เซโลน่าจึงสามารถฉลองแชมป์ได้อย่างสุดภาคภูมิ
บทสรุปแห่งชัยชนะและการเป็นจ้าวสโมสรสเปนอย่างแท้จริงของบาร์เซโลน่า
ชัยชนะเหนือเรอัล มาดริด 3-2 ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การคว้าถ้วยรางวัลหนึ่งใบ แต่มันคือการประกาศศักดายุคใหม่ของทีม
แชมป์สมัยที่ 16 และสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์
การคว้าแชมป์สแปนิช ซูเปอร์ คัพ สมัยที่ 16 ทำให้บาร์เซโลน่ายังคงรักษาช่องว่างและเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในรายการนี้ สิ่งนี้สะท้อนถึงดีเอ็นเอของผู้ชนะและการทำงานหนักของทีมงานสตาฟฟ์โค้ชและนักเตะทุกคนที่ต้องการทวงความยิ่งใหญ่กลับคืนสู่คัมป์ นู
ก้าวต่อไปสู่ความสำเร็จในลาลีกาและยุโรปปี 2026
ชัยชนะใน เอล กลาซิโก้ นัดนี้จะกลายเป็นแรงผลักดันมหาศาลให้กับลูกทีมของ ฮันซี่ ฟลิค ในการสู้ศึกรายการที่เหลือ โดยเฉพาะในลาลีกาที่พวกเขากำลังเบียดแย่งแชมป์กันอย่างเข้มข้น แฟนบอลบาร์ซ่าสามารถมั่นใจได้ว่าปี 2026 จะเป็นปีที่ทีมรักของพวกเขากลับมาทวงคืนบัลลังก์จ้าวสโมสรโลกได้อย่างแน่นอน
สรุปข่าว
บาร์เซโลน่า คว้าแชมป์สแปนิช ซูเปอร์ คัพ สมัยที่ 16 ได้สำเร็จหลังเอาชนะ เรอัล มาดริด 3-2 โดย ราฟินญ่า สวมบทฮีโร่เหมาสองประตูในนาทีที่ 35 และ 73 ส่วนอีกลูกได้จาก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ขณะที่มาดริดได้จาก วินิซิอุส และ กอนซาโล่ การ์เซีย แม้ช่วงท้ายเกมบาร์ซ่าจะเหลือ 10 คนจากการที่ เฟร็งกี้ เดอ ยอง โดนใบแดง แต่ยังต้านทานลูกบุกของราชันชุดขาวไว้ได้จนจบเกม ป้องกันแชมป์ไว้ได้อย่างยิ่งใหญ่
ราฟินญ่า คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับเกมชิงชนะเลิศซูเปอร์คัพ
1. ใครเป็นผู้ทำประตูให้กับบาร์เซโลน่าในเกมนัดชิงชนะเลิศนี้บ้าง?
ผู้ทำประตูให้กับบาร์เซโลน่า ได้แก่ ราฟินญ่า (นาที 35 และ 73) และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (นาที 45+3)
2. บาร์เซโลน่าคว้าแชมป์รายการนี้มาแล้วทั้งหมดกี่สมัย?
บาร์เซโลน่าคว้าแชมป์สแปนิช ซูเปอร์ คัพ มาครองเป็นสมัยที่ 16 ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดมากกว่าทุกทีมในสเปน
3. ทำไมบาร์เซโลน่าถึงต้องเหลือผู้เล่น 10 คนในช่วงท้ายเกม?
เนื่องจาก เฟร็งกี้ เดอ ยอง กองกลางและกัปตันทีมบาร์เซโลน่า ไปพุ่งเสียบหนักใส่ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ในนาทีสุดท้ายของการแข่งขัน ทำให้ผู้ตัดสินตัดสินใจให้ใบแดงโดยตรงทันที
4. ใครได้รับเลือกให้เป็นผู้รักษาประตูตัวจริงของบาร์ซ่าในเกมนีและผลงานเป็นอย่างไร?
โจน การ์เซีย ได้รับโอกาสเฝ้าเสาเป็นตัวจริงและโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการทำซูเปอร์เซฟลูกยิงของ วินิซิอุส จูเนียร์ และ เอ็มบั๊ปเป้ ได้หลายครั้ง ช่วยให้ทีมรักษาสกอร์นำจนจบเกม
5. ประตูชัยของเกมนี้เกิดขึ้นจากจังหวะใด?
ประตูชัยเกิดขึ้นในนาทีที่ 73 จากการยิงของราฟินญ่าที่บอลไปแฉลบ ออเรเลียง ชูอาเมนี่ เปลี่ยนทางเข้าประตูไป ทำให้บาร์เซโลน่านำ 3-2 และเป็นสกอร์ตัดสินแชมป์ในที่สุด
Guru Sports คือ แหล่งรวบรวมข้อมูลสำหรับคนที่มีใจรักกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟุตบอล ที่นี่คุณจะพบกับข่าวสาร พรีวิว และรีวิวอย่างละเอียดถี่ถ้วน จากกูรูนักวิเคราะห์ชั้นนำ ทั้งผลบอลล่าสุด ข้อมูลลีกดังระดับโลก อาทิ พรีเมียร์ลีก บุนเดสลีกา และลาลีกา รับรองว่าจะทำให้คุณได้รู้ทันสถานการณ์ฟุตบอล และความเคลื่อนไหวในวงการกีฬาอย่างครบถ้วนนอกจากนี้ ยังมีโซเชียล ให้ติดตามข่าว อย่างรวดเร็ว บน Facebook ,Youtube และอื่นๆ







