คัลวิน ฟิลลิปส์ กองกลางตัวรับประสบการณ์สูงของสโมสร “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บรรลุข้อตกลงในการย้ายไปร่วมทีม เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด สโมสรชื่อดังในอังกฤษด้วยสัญญายืมตัวจนสิ้นสุดฤดูกาล 2025-26 อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว รายงานจาก “สกาย สปอร์ตส์” ระบุว่าแม้จะมีหลายสโมสรระดับท็อปให้ความสนใจในตัวมิดฟิลด์วัย 30 ปีรายนี้ แต่ตัวนักเตะเองมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะย้ายกลับไปค้าแข้งในเขตพื้นที่ยอร์กเชียร์บ้านเกิด เพื่อหวังที่จะเรียกฟอร์มเก่งกลับคืนมาอีกครั้งหลังจากที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม ตลอดช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล ปัจจุบันสถานะของเขาในทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย โดยได้รับโอกาสลงเล่นไปเพียง 7 นาทีเท่านั้นในศึกคาราบาว คัพ ซึ่งไม่เพียงพอต่อการรักษาตำแหน่งในทีมชาติอังกฤษ การย้ายมายังถิ่นบรามอลล์ เลน ในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการเริ่มต้นใหม่ของ “ปิร์โลแห่งยอร์กเชียร์” ที่ต้องการพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเขายังคงเป็นหนึ่งในกองกลางตัวรับที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีกอังกฤษในปี 2026 นี้ ติดตาม การซื้อขายนักเตะ ได้ที่ thscore
สารบัญ
Toggleวิเคราะห์เหตุผลการย้ายคืนถิ่นยอร์กเชียร์ของกองกลางจอมเก๋า

การกลับสู่สภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยอาจเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้นักเตะกลับมาโชว์ฟอร์มระดับท็อปได้อีกครั้ง
ความต้องการโอกาสลงสนามเพื่อความต่อเนื่องในอาชีพ
หลังจากที่ต้องนั่งเป็นตัวสำรองอย่างยาวนานที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ การย้ายทีมครั้งนี้มีเป้าหมายหลักคือการได้รับโอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอในทุกสัปดาห์ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด กำลังต้องการกองกลางที่มีประสบการณ์และความสามารถในการคุมจังหวะเกมเพื่อสู้ศึกในช่วงครึ่งหลังของซีซั่น ซึ่งนักเตะรายนี้ตอบโจทย์ความต้องการของทีมดาบคู่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
อิทธิพลของสภาพแวดล้อมในบ้านเกิดต่อสภาพจิตใจนักเตะ
การได้กลับมาใช้ชีวิตและเล่นฟุตบอลในภูมิภาคที่เขาเติบโตมา จะช่วยลดแรงกดดันและเพิ่มความสบายใจในการฝึกซ้อม สภาพจิตใจที่ผ่อนคลายจะส่งผลโดยตรงต่อผลงานในสนามแข่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่นักฟุตบอลอาชีพในวัย 30 ปีต้องการเพื่อรักษามาตรฐานการเล่นให้คงเส้นคงวา
ย้อนรอยเส้นทางลูกหม้อลีดส์ ยูไนเต็ด และการแจ้งเกิดในฐานะซูเปอร์สตาร์

กว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะระดับชาติ เขาผ่านการบ่มเพาะฝีเท้ามาอย่างหนักในถิ่นเอลแลนด์ โรด
การเติบโตจากอะคาเดมี่สู่หัวใจสำคัญในทีมชุดใหญ่
เขาเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังกับอะคาเดมี่ของลีดส์ ยูไนเต็ด และก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2015 โดยในช่วงแรกเขาต้องใช้เวลาในการปรับตัวและพิสูจน์ตัวเองในศึกแชมเปี้ยนชิพ จนกระทั่งฤดูกาล 2016-17 เขาสถาปนาตัวเองเป็นตัวหลักของทีมโดยลงสนามเป็นตัวจริงถึง 40 นัด และพาทีมเข้าใกล้พื้นที่เพลย์ออฟอย่างน่าประทับใจ
รากฐานความสำเร็จและการพายูงทองคืนสู่พรีเมียร์ลีก
บทบาทของเขาโดดเด่นอย่างมากในฤดูกาล 2018-19 ภายใต้การนำของมาร์เซโล่ บิเอลซ่า ซึ่งเขากลายเป็นหัวใจในแดนกลางที่ขาดไม่ได้ จนพาทีมคว้าแชมป์แชมเปี้ยนชิพในฤดูกาลถัดมาและกลับมาโลดแล่นในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ สไตล์การเล่นที่ดุดันและเทคนิคการจ่ายบอลที่เฉียบคมทำให้เขาได้รับฉายาว่า “ปิร์โลแห่งยอร์กเชียร์” จากแฟนบอลทั่วโลก
เกียรติยศในระดับชาติและการก้าวสู่ทีมระดับโลกกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้
ความสำเร็จส่วนตัวนำไปสู่การเป็นขุนพลคนสำคัญของทัพสิงโตคำรามและสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป
ฟอร์มการเล่นในยูโร 2020 และความไว้วางใจจากทีมชาติอังกฤษ
เขาถูกเรียกติดทีมชาติครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2020 และโชว์ฟอร์มได้อย่างมหัศจรรย์ในศึกยูโร 2020 โดยเป็นส่วนสำคัญที่พาทัพ “ทรีไลออนส์” เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศที่เวมบลีย์ แม้จะพลาดแชมป์ให้อิตาลีไปอย่างน่าเสียดาย แต่ชื่อเสียงของเขาก็พุ่งทะยานสู่ระดับโลกทันทีในฐานะมิดฟิลด์ตัวรับที่ดีที่สุดคนหนึ่ง
การกวาดทุกแชมป์รายการใหญ่ในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม
ในปี 2022 เขาตัดสินใจย้ายร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และแม้จะมีโอกาสลงสนามไม่มากนัก แต่เขาก็มีชื่ออยู่ในประวัติศาสตร์การคว้า “ทริปเปิลแชมป์” และแชมป์รายการอื่นๆ รวม 5 รายการใหญ่ ทั้งพรีเมียร์ลีก, แชมเปียนส์ ลีก, ซูเปอร์ คัพ, เอฟเอ คัพ และสโมสรโลก ซึ่งถือเป็นความสำเร็จสูงสุดในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ
ประสบการณ์การยืมตัวในพรีเมียร์ลีกและบทเรียนจากสโมสรก่อนหน้า
การพยายามค้นหาตัวเองในสัญญายืมตัวทำให้เขาได้รับประสบการณ์ที่หลากหลายในลีกอังกฤษ
ช่วงเวลากับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด และอิปสวิช ทาวน์
ก่อนจะย้ายมาเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เขาเคยผ่านการเล่นแบบยืมตัวกับทั้ง “ขุนค้อน” เวสต์แฮม และ “ม้าขาว” อิปสวิช ทาวน์ มาแล้ว บทเรียนจากความท้าทายในสโมสรเหล่านั้นช่วยให้เขามีวุฒิภาวะทางการเล่นฟุตบอลที่สูงขึ้น และทำให้เขารู้ดีว่าความต้องการของทีมที่ต้องต่อสู้ในระดับพรีเมียร์ลีกคืออะไร
การปรับตัวเข้ากับแท็กติกของเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในปี 2026
กุนซือดาบคู่หวังจะใช้งานเขาในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวตัดเกมและผู้กำหนดจังหวะบอลจากแนวลึก ประสบการณ์จากการร่วมงานกับยอดโค้ชอย่างเป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะช่วยให้นำความนิ่งและความแม่นยำมาสู่แดนกลางของเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ได้อย่างแน่นอนในช่วงเวลาที่เหลือของฤดูกาลนี้
บทสรุปของก้าวต่อไปในอาชีพและการพิสูจน์คุณค่าในวัย 30 ปี
การตัดสินใจย้ายทีมครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญว่าเขาจะกลับมาสู่จุดสูงสุดได้อีกครั้งหรือไม่
ความหวังในการกลับไปมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษอีกครั้ง
เป้าหมายแฝงของการย้ายทีมคือการโชว์ฟอร์มให้เข้าตาผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ เพื่อโอกาสในการกลับไปสวมเสื้อทีมชาติอีกครั้งในทัวร์นาเมนต์หน้า การลงสนามอย่างสม่ำเสมอและพาเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ทำผลงานให้ดีจะเป็นใบเบิกทางที่สำคัญที่สุดสำหรับตัวนักเตะเอง
อนาคตที่รออยู่หลังสิ้นสุดฤดูกาล 2025-26 กับต้นสังกัดจริง
เมื่อสิ้นสุดสัญญายืมตัว เขาจะต้องกลับไปประเมินสถานการณ์กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อีกครั้ง ทว่าในตอนนี้ ภารกิจเดียวของเขาคือการทุ่มเททุกอย่างเพื่อสโมสรดาบคู่ แฟนบอลในยอร์กเชียร์ต่างตั้งตารอที่จะได้เห็นการจ่ายบอลที่เหนือชั้นของเขาในสนามบรามอลล์ เลน อีกครั้งในเร็ววันนี้
สรุปข่าว
ฟิลลิปส์ กองกลางตัวเก๋าวัย 30 ปี ได้บรรลุข้อตกลงย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปร่วมทีม เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล 2025-26 เพื่อโอกาสในการลงสนามมากขึ้น หลังจากได้รับโอกาสเพียงน้อยนิดในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม โดยนักเตะเลือกกลับสู่ภูมิภาคยอร์กเชียร์บ้านเกิดเพื่อหวังฟื้นฟูอาชีพค้าแข้งให้กลับมาโดดเด่นเหมือนสมัยสร้างชื่อกับลีดส์ ยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษในช่วงยูโร 2020 ที่ผ่านมา
คัลวิน ฟิลลิปส์ กับคำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการย้ายทีมสู่ดาบคู่
1. ทำไมเขาถึงเลือกย้ายมาร่วมทีมเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในช่วงเวลานี้?
เหตุผลหลักคือความต้องการโอกาสในการลงเล่นเป็นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเรียกฟอร์มการเล่นและสภาพร่างกายให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง หลังจากที่ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงต้นฤดูกาล
2. รายละเอียดสัญญาการย้ายทีมในครั้งนี้เป็นรูปแบบใด?
เป็นการย้ายทีมในรูปแบบสัญญายืมตัว (Loan) จากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มายังเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด จนสิ้นสุดฤดูกาล 2025-26 โดยไม่มีรายงานระบุถึงออปชั่นการซื้อขาดในเบื้องต้น
3. เขาเคยได้รับฉายาว่าอะไร และมีที่มาจากไหน?
เขาได้รับฉายาว่า “ปิร์โลแห่งยอร์กเชียร์” (Yorkshire Pirlo) ซึ่งมีที่มาจากสไตล์การเล่นที่เน้นการวางบอลยาวที่แม่นยำและการคุมจังหวะเกมจากแนวลึก คล้ายกับ อันเดรีย ปิร์โล ตำนานมิดฟิลด์ชาวอิตาลี
4. สถิติการลงสนามของเขากับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาลปัจจุบันเป็นอย่างไร?
ในฤดูกาล 2025-26 เขาได้รับโอกาสลงสนามไปเพียง 7 นาทีเท่านั้น ในเกมการแข่งขันฟุตบอลถ้วยคาราบาว คัพ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่บีบให้เขาต้องมองหาการย้ายทีม
5. เขาเคยผ่านการเล่นแบบยืมตัวกับสโมสรใดมาบ้างในพรีเมียร์ลีก?
ก่อนหน้านี้เขาเคยย้ายไปเล่นแบบยืมตัวกับสโมสรเวสต์แฮม ยูไนเต็ด และสโมสรอิปสวิช ทาวน์ ก่อนที่จะตัดสินใจย้ายมาร่วมทัพดาบคู่ในท้ายที่สุด
Guru Sports คือ แหล่งรวบรวมข้อมูลสำหรับคนที่มีใจรักกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟุตบอล ที่นี่คุณจะพบกับข่าวสาร พรีวิว และรีวิวอย่างละเอียดถี่ถ้วน จากกูรูนักวิเคราะห์ชั้นนำ ทั้งผลบอลล่าสุด ข้อมูลลีกดังระดับโลก อาทิ พรีเมียร์ลีก บุนเดสลีกา และลาลีกา รับรองว่าจะทำให้คุณได้รู้ทันสถานการณ์ฟุตบอล และความเคลื่อนไหวในวงการกีฬาอย่างครบถ้วนนอกจากนี้ ยังมีโซเชียล ให้ติดตามข่าว อย่างรวดเร็ว บน Facebook ,Youtube และอื่นๆ







