บัลลงดอร์คืออะไร : บัลลงดอร์ (Ballon d’Or) เป็นรางวัลที่ทรงเกียรติที่สุดในวงการฟุตบอล ซึ่งมอบให้กับนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งปี รางวัลนี้ก่อตั้งขึ้นโดยนิตยสาร France Football ในปี 1956 เพื่อยกย่องนักเตะที่มีผลงานโดดเด่นในระดับสโมสรและทีมชาติ
การมอบรางวัลบัลลงดอร์ไม่ได้พิจารณาแค่สถิติการทำประตูหรือแชมป์ที่นักเตะได้รับ แต่ยังรวมถึงการแสดงฝีเท้าที่โดดเด่น ความสม่ำเสมอในการเล่น และอิทธิพลที่นักเตะมีต่อทีม การคัดเลือกผู้ชนะจะพิจารณาจากการโหวตของนักข่าวผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก
บัลลงดอร์ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จที่นักฟุตบอลทุกคนใฝ่ฝันถึง เช่นเดียวกับการได้รับการยอมรับจากแฟนบอลทั่วโลก รางวัลนี้ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักฟุตบอลรุ่นใหม่ในการพัฒนาฝีมือและแสดงศักยภาพในสนาม
สารบัญ
Toggleบัลลงดอร์คืออะไร ?

บัลลงดอร์ (Ballon d’Or) หรือแปลเป็นไทยว่า “ลูกบอลทองคำ” คือรางวัลฟุตบอลที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในรางวัลที่ทรงเกียรติที่สุดในโลกฟุตบอล มอบให้กับนักเตะชายและหญิงที่มีผลงานยอดเยี่ยมที่สุดในรอบปี โดยรางวัลนี้จัดขึ้นโดย นิตยสาร France Football ของฝรั่งเศส
จุดประสงค์ของรางวัลนี้คือเพื่อยกย่องนักเตะที่มีส่วนสำคัญในการพาทีมสู่ความสำเร็จ รวมถึงแสดงศักยภาพที่ยอดเยี่ยมในสนาม การพิจารณารางวัลนี้ไม่ได้ดูเพียงแค่ความสามารถเฉพาะตัว แต่ยังคำนึงถึงอิทธิพลที่นักเตะมีต่อทีมและฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอ
บัลลงดอร์มีหลายประเภทในปัจจุบัน ได้แก่:
- Ballon d’Or สำหรับนักเตะชายยอดเยี่ยม
- Ballon d’Or Féminin สำหรับนักเตะหญิงยอดเยี่ยม (เริ่มในปี 2018)
- Trophée Kopa สำหรับนักเตะอายุต่ำกว่า 21 ปีที่มีผลงานโดดเด่น
- Trophée Yashin สำหรับผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม
บัลลงดอร์ถือเป็นเป้าหมายสูงสุดของนักฟุตบอลในอาชีพการเล่น และยังสะท้อนถึงการยอมรับจากนักข่าวและแฟนบอลทั่วโลก นักเตะที่ได้รับรางวัลนี้มักถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จในวงการฟุตบอล
ประวัติของรางวัลบัลลงดอร์

รางวัลบัลลงดอร์ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1956 โดยนิตยสาร France Football เพื่อยกย่องนักเตะที่มีผลงานยอดเยี่ยมในยุโรปในรอบปีแรกเริ่มนั้นรางวัลนี้จำกัดเฉพาะนักเตะชาวยุโรปที่เล่นให้กับสโมสรในทวีปยุโรปเท่านั้น
ในช่วงแรกของการมอบรางวัล นักเตะที่ได้รับรางวัลคนแรกคือ สแตนลีย์ แมทธิวส์ จากสโมสรแบล็คพูลในปี 1956 ด้วยผลงานที่โดดเด่นในลีกอังกฤษ
จุดเปลี่ยนสำคัญของรางวัลนี้:
- ปี 1995: รางวัลเปิดโอกาสให้นักเตะจากทุกชาติที่เล่นในลีกยุโรปสามารถเข้าชิงรางวัลได้ ทำให้จอร์จ เวอาห์จากไลบีเรียเป็นนักเตะคนแรกจากแอฟริกาที่ได้รับรางวัล
- ปี 2007: การขยายขอบเขตให้รางวัลครอบคลุมนักเตะทั่วโลก ไม่จำกัดเฉพาะลีกยุโรปอีกต่อไป
- ปี 2010-2015: บัลลงดอร์ถูกควบรวมกับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของฟีฟ่าในชื่อ FIFA Ballon d’Or ก่อนจะกลับมาเป็นของ France Football ในปี 2016
ปัจจุบันรางวัลนี้ยังคงเป็นเกียรติสูงสุดที่นักเตะทุกคนใฝ่ฝันและได้รับการติดตามจากแฟนบอลทั่วโลก
รายชื่อนักเตะที่ได้รับรางวัลบัลลงดอร์มากที่สุด

ในประวัติศาสตร์ของรางวัลบัลลงดอร์ มีนักเตะเพียงไม่กี่คนที่สามารถคว้ารางวัลนี้ได้มากกว่า 1 ครั้ง ซึ่งแสดงถึงความสม่ำเสมอและฝีมือระดับโลกของพวกเขา
- ลิโอเนล เมสซี่: คว้ารางวัล 7 ครั้ง (2009, 2010, 2011, 2012, 2015, 2019, 2021) ทำให้เขาเป็นนักเตะที่ได้รับรางวัลมากที่สุดในประวัติศาสตร์
- คริสเตียโน โรนัลโด้: คว้ารางวัล 5 ครั้ง (2008, 2013, 2014, 2016, 2017) โดยได้รับการยอมรับว่าเป็นคู่แข่งสำคัญของเมสซี่
- โยฮัน ครัฟฟ์, มิเชล พลาตินี, และมาร์โก ฟาน บาสเทน: คว้ารางวัลคนละ 3 ครั้ง และถือเป็นตำนานของยุคที่พวกเขาเล่น
นอกจากนี้ยังมีนักเตะที่คว้ารางวัลได้มากกว่า 1 ครั้ง เช่น:
- อัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน (2 ครั้ง)
- คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ (2 ครั้ง)
- เควิน คีแกน (2 ครั้ง)
นักเตะที่ได้รับรางวัลบัลลงดอร์มักเป็นผู้ที่มีผลงานยอดเยี่ยมทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ
เกณฑ์การพิจารณาสำหรับรางวัลบัลลงดอร์

รางวัลบัลลงดอร์ไม่ได้มอบให้เพียงแค่ความสามารถเฉพาะตัว แต่ยังใช้เกณฑ์การพิจารณาที่ครอบคลุมหลายด้าน ได้แก่:
- ผลงานส่วนตัวและทีม:
นักเตะที่มีสถิติยอดเยี่ยม เช่น การทำประตู, แอสซิสต์, และการคว้ารางวัลใหญ่ เช่น แชมป์ลีก หรือแชมป์ยุโรป จะได้รับคะแนนสูง - ฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอตลอดทั้งปี:
ความสม่ำเสมอเป็นปัจจัยสำคัญ นักเตะที่สามารถรักษามาตรฐานการเล่นระดับสูงได้ในทุกการแข่งขันจะได้รับการพิจารณา - พรสวรรค์และอิทธิพลต่อการเล่นของทีม:
นักเตะที่สามารถเป็นผู้นำและสร้างแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนร่วมทีม ถือเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้พวกเขาโดดเด่น - การประเมินจากนักข่าวและผู้เชี่ยวชาญ:
การโหวตจากนักข่าวที่ได้รับการคัดเลือกจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการคัดเลือกผู้ชนะ
ด้วยเกณฑ์เหล่านี้ รางวัลบัลลงดอร์สะท้อนถึงการยอมรับในระดับสากลและเป็นรางวัลที่คู่ควรสำหรับนักเตะที่ดีที่สุดในแต่ละปี
ผลงานส่วนตัวและทีม
หนึ่งในเกณฑ์สำคัญของการตัดสินรางวัลบัลลงดอร์คือ ผลงานส่วนตัว ที่นักเตะแสดงออกมาตลอดทั้งปี เช่น จำนวนประตู, จำนวนแอสซิสต์, หรือการมีส่วนร่วมในจังหวะสำคัญของเกม นอกจากนี้ยังรวมถึงการทำลายสถิติเดิมหรือสร้างสถิติใหม่ที่น่าทึ่ง
ในขณะเดียวกัน ความสำเร็จของทีม ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มโอกาสให้นักเตะได้รับรางวัลนี้ เช่น การคว้าแชมป์ลีก, ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก, หรือฟุตบอลระดับชาติอย่างฟุตบอลโลก นักเตะที่ช่วยให้ทีมคว้ารางวัลใหญ่จะได้รับการยอมรับในฐานะผู้เล่นที่สำคัญ
ตัวอย่างเช่น ลิโอเนล เมสซี่ คว้ารางวัลในปี 2021 จากผลงานส่วนตัวที่ยอดเยี่ยมและการพาอาร์เจนตินาคว้าแชมป์โคปาอเมริกา นักเตะที่มีผลงานเด่นทั้งในระดับส่วนตัวและทีมจึงมักมีโอกาสสูงในการคว้าบัลลงดอร์
ฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอตลอดทั้งปี
ความสม่ำเสมอในการเล่น เป็นอีกหนึ่งเกณฑ์สำคัญที่ใช้พิจารณานักเตะสำหรับบัลลงดอร์ นักเตะที่สามารถรักษาระดับฟอร์มการเล่นในทุกการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นเกมลีก เกมยุโรป หรือเกมระดับนานาชาติ จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
ตัวอย่างเช่น คริสเตียโน โรนัลโด้ ซึ่งได้รับรางวัลบัลลงดอร์จากความสม่ำเสมอในการทำประตูในหลายฤดูกาล และการสร้างผลงานที่น่าทึ่งทั้งในลีกและแชมเปียนส์ลีก
นอกจากนี้ การเล่นที่สม่ำเสมอยังรวมถึงความสามารถในการแสดงฟอร์มในเกมสำคัญ เช่น รอบชิงชนะเลิศ หรือเกมที่มีความกดดันสูง ซึ่งนักเตะที่สามารถโชว์ศักยภาพในสถานการณ์เหล่านี้ได้มักจะได้รับคะแนนโหวตสูง
พรสวรรค์และอิทธิพลต่อการเล่นของทีม
นักเตะที่ได้รับการพิจารณาสำหรับบัลลงดอร์ต้องแสดงให้เห็นถึง พรสวรรค์ทางฟุตบอล และความสามารถที่โดดเด่นเหนือผู้อื่น เช่น เทคนิคส่วนตัว การควบคุมบอล และการสร้างสรรค์เกมที่ทำให้ทีมได้เปรียบ
อิทธิพลต่อทีม เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ นักเตะที่สามารถกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมและทำให้ทีมเล่นได้ดีขึ้นจะถูกยกย่องเป็นพิเศษ เช่น การทำหน้าที่เป็นผู้นำในสนาม หรือการช่วยเหลือทีมในสถานการณ์ที่ยากลำบาก
ตัวอย่างเช่น โยฮัน ครัฟฟ์ ผู้ชนะบัลลงดอร์ 3 ครั้ง ที่ไม่เพียงแค่โชว์ฟอร์มเดี่ยวที่ยอดเยี่ยม แต่ยังเปลี่ยนแนวทางการเล่นของทีมและสร้างปรัชญาการเล่นที่ยังมีอิทธิพลจนถึงปัจจุบัน
การประเมินจากนักข่าวและผู้เชี่ยวชาญด้านฟุตบอล
รางวัลบัลลงดอร์ตัดสินโดย การโหวตจากนักข่าว ที่ได้รับการคัดเลือกจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก นักข่าวเหล่านี้จะวิเคราะห์ผลงานของนักเตะในรอบปี ทั้งในด้านสถิติ ความสำเร็จ และอิทธิพลต่อเกม
กระบวนการโหวต:
- นักข่าวจะเลือกนักเตะ 5 คนที่พวกเขาคิดว่าดีที่สุด
- คะแนนจะถูกจัดสรรเป็นลำดับ (1st: 6 คะแนน, 2nd: 4 คะแนน, 3rd: 3 คะแนน, 4th: 2 คะแนน, 5th: 1 คะแนน)
- นักเตะที่ได้คะแนนรวมสูงสุดจะได้รับรางวัล
การตัดสินใจของนักข่าวยังคำนึงถึงความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในวงการฟุตบอล และการยอมรับในระดับสากล ทำให้กระบวนการนี้โปร่งใสและครอบคลุมที่สุด
ตัวอย่างของนักเตะที่ได้รับการโหวตสูงเนื่องจากผลงานที่เหนือชั้น เช่น ลิโอเนล เมสซี่ ในปี 2019 ที่นักข่าวทั่วโลกต่างเห็นพ้องว่าเขาคือผู้เล่นที่ดีที่สุดในรอบปีนั้น
บัลลงดอร์และข้อถกเถียง
รางวัล บัลลงดอร์ แม้จะเป็นหนึ่งในรางวัลที่ทรงเกียรติที่สุดในวงการฟุตบอล แต่ตลอดประวัติศาสตร์การมอบรางวัลนี้ก็มีข้อถกเถียงและคำวิจารณ์เกิดขึ้นเป็นระยะ ทั้งในเรื่องเกณฑ์การตัดสิน ความเหมาะสมของผู้ได้รับรางวัล และความโปร่งใสของกระบวนการโหวต
หนึ่งในข้อถกเถียงที่พบบ่อยคือ ความลำเอียงในเกณฑ์การตัดสิน หลายครั้งรางวัลดูเหมือนจะมุ่งเน้นไปที่นักเตะในตำแหน่งแนวรุก เช่น กองหน้า หรือมิดฟิลด์ตัวรุก โดยมองข้ามความสำคัญของนักเตะในตำแหน่งอื่น เช่น ผู้รักษาประตู หรือกองหลัง ตัวอย่างเช่น มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมัน ที่มีฟอร์มยอดเยี่ยมในปี 2014 และพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก แต่พลาดรางวัลให้กับคริสเตียโน โรนัลโด้
อีกประเด็นคือ อิทธิพลของสโมสรใหญ่และลีกใหญ่ นักเตะที่เล่นในลีกใหญ่ เช่น ลาลีกา, พรีเมียร์ลีก, หรือบุนเดสลีกา มักจะได้รับความสนใจมากกว่านักเตะจากลีกเล็ก แม้ว่าผลงานของพวกเขาอาจยอดเยี่ยมเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีคำวิจารณ์เกี่ยวกับ กระบวนการโหวต ที่บางครั้งอาจสะท้อนถึงความนิยมมากกว่าผลงานที่แท้จริง ตัวอย่างที่โดดเด่นคือกรณีในปี 2010 เมื่อเวสลีย์ สไนเดอร์ พาอินเตอร์ มิลาน คว้าทริปเปิลแชมป์ และนำทีมชาติเนเธอร์แลนด์เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก แต่ไม่ได้รับการโหวตให้ติดอันดับสูงในรางวัล
แม้ว่าจะมีข้อถกเถียงมากมาย บัลลงดอร์ยังคงเป็นรางวัลที่นักเตะทั่วโลกใฝ่ฝัน และเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จในวงการฟุตบอล ความท้าทายของรางวัลนี้ในอนาคตคือการพัฒนาเกณฑ์ที่ครอบคลุมและยุติธรรมยิ่งขึ้น เพื่อสะท้อนความยอดเยี่ยมในทุกตำแหน่งของเกมฟุตบอล
Guru sports คือ แหล่งรวบรวมข้อมูลสำหรับคนที่มีใจรักกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟุตบอล ที่นี่คุณจะพบกับข่าวสาร พรีวิว และรีวิวอย่างละเอียดถี่ถ้วน จากกูรูนักวิเคราะห์ชั้นนำ ทั้งผลบอลล่าสุด ข้อมูลลีกดังระดับโลก อาทิ พรีเมียร์ลีก บุนเดสลีกา และลาลีกา รับรองว่าจะทำให้คุณได้รู้ทันสถานการณ์ฟุตบอล และความเคลื่อนไหวในวงการกีฬาอย่างครบถ้วนนอกจากนี้ ยังมีโซเชียล ให้ติดตามข่าว อย่างรวดเร็ว บน Facebook ,Youtube และอื่นๆ