ฟุตบอลโลก (FIFA World Cup) เป็นการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก จัดขึ้นโดยสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) เพื่อรวบรวมทีมฟุตบอลชาติต่าง ๆ จากทั่วโลกมาแข่งขันกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อหาทีมชาติที่ดีที่สุด การแข่งขันนี้ดึงดูดความสนใจจากแฟนบอลทั่วโลก ด้วยความเข้มข้นของเกมและการรวมตัวของนักเตะที่มีชื่อเสียงมากมาย

สารบัญ
Toggleภาพรวมของการแข่งขันฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในโลก – ฟุตบอลโลก
ฟุตบอลโลกคืออะไร?
ฟุตบอลโลกเป็นทัวร์นาเมนต์ที่มีประวัติยาวนานและมีความสำคัญอย่างยิ่งในวงการกีฬา โดยการแข่งขันแรกจัดขึ้นในปี 1930 ที่ประเทศอุรุกวัย การแข่งขันนี้เปิดโอกาสให้ทุกประเทศทั่วโลกส่งทีมชาติของตนเข้าร่วมรอบคัดเลือก และทีมที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าร่วมในรอบสุดท้ายที่เรียกว่าฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศ
ฟุตบอลโลกจัดขึ้นกี่ปี?
ประวัติความเป็นมาของฟุตบอลโลก
1. การก่อตั้งฟุตบอลโลก
- แนวคิดเริ่มต้น: ฟุตบอลโลก (FIFA World Cup) เป็นการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติที่เกิดขึ้นจากความคิดของ ฌูลส์ ริเมต์ (Jules Rimet) ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20
- การแข่งขันครั้งแรก: จัดขึ้นครั้งแรกในปี 1930 ที่ประเทศอุรุกวัย เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีการประกาศเอกราชของอุรุกวัย โดยมี 13 ทีมเข้าร่วมแข่งขัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทีมจากอเมริกาใต้และยุโรป
- ผู้ชนะครั้งแรก: อุรุกวัยชนะการแข่งขันในครั้งนั้นและกลายเป็นแชมป์โลกคนแรก
2. การเติบโตและพัฒนาการ
- ช่วงแรก (1930–1950): ฟุตบอลโลกได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะมีการหยุดจัดการแข่งขันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (1942 และ 1946)
- การขยายตัว: ในช่วงหลังสงครามโลก ทีมจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเริ่มเข้าร่วมการแข่งขันมากขึ้น รวมถึงการเปิดโอกาสให้ประเทศในเอเชียและแอฟริกาส่งทีมเข้าร่วม
- การถ่ายทอดสด: ในปี 1954 ฟุตบอลโลกที่สวิตเซอร์แลนด์เป็นครั้งแรกที่มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันทางโทรทัศน์ ทำให้กีฬาฟุตบอลได้รับความนิยมในระดับโลก
3. ความเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขัน
- การเพิ่มจำนวนทีม: ตั้งแต่ปี 1982 จำนวนทีมที่เข้ารอบสุดท้ายเพิ่มขึ้นจาก 16 ทีมเป็น 24 ทีม และในปี 1998 ขยายเป็น 32 ทีม เพื่อรองรับความต้องการของทีมชาติจากภูมิภาคต่าง ๆ
- การเปิดรับโฮสต์ร่วม: ปี 2002 เป็นครั้งแรกที่มีการจัดการแข่งขันร่วมกันระหว่างสองประเทศ (เกาหลีใต้และญี่ปุ่น)
4. ฟุตบอลโลกยุคใหม่
- การใช้เทคโนโลยี: การนำเทคโนโลยี VAR (Video Assistant Referee) มาใช้ในปี 2018 ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตัดสิน
- การกระจายโอกาส: ฟุตบอลโลก 2026 มีแผนขยายจำนวนทีมเข้ารอบสุดท้ายเป็น 48 ทีม เพื่อเพิ่มโอกาสให้ชาติเล็ก ๆ มีส่วนร่วม
- เจ้าภาพทั่วโลก: การเลือกเจ้าภาพยังคงหมุนเวียนระหว่างทวีปต่าง ๆ เช่น การจัดในกาตาร์ปี 2022 ซึ่งเป็นครั้งแรกในตะวันออกกลาง
5. ผลกระทบและความสำคัญ ฟุตบอลโลกไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันกีฬา แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีในระดับโลก การรวมวัฒนธรรม และการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักฟุตบอลรุ่นใหม่ทั่วโลก
ฟุตบอลโลกจึงไม่ได้เป็นเพียงมหกรรมกีฬา แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมโลกที่ยังคงพัฒนาและส่งต่อเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่มาจนถึงทุกวันนี้

ประวัติความเป็นมาของการก่อตั้งและพัฒนาการของฟุตบอลโลก
ฟุตบอลโลกเริ่มต้นครั้งแรกในปี 1930 ด้วยการริเริ่มของ Jules Rimet ประธาน FIFA ในขณะนั้น การแข่งขันครั้งแรกมีเพียง 13 ทีมที่เข้าร่วมและจัดขึ้นที่อุรุกวัย ตั้งแต่นั้นมาการแข่งขันได้พัฒนาและเติบโตอย่างมาก ทั้งในแง่ของจำนวนทีมที่เข้าร่วมและเทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดการแข่งขัน
รูปแบบการแข่งขันในการแข่งขันฟุตบอลโลก
รูปแบบการแข่งขันฟุตบอลโลก (FIFA World Cup) มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย โดยรูปแบบปัจจุบันและที่ผ่านมามีโครงสร้างหลักดังนี้:
1. รอบคัดเลือก (Qualifying Round)
- เป้าหมาย: คัดเลือกทีมชาติจากแต่ละทวีปให้ได้จำนวนทีมที่กำหนดไว้สำหรับรอบสุดท้าย
- กระบวนการ:
- ทีมจากสมาชิก FIFA ทั้งหมด (มากกว่า 200 ประเทศ) จะแข่งขันในรอบคัดเลือก โดยแบ่งตามภูมิภาค (โซน) ได้แก่ เอเชีย (AFC), แอฟริกา (CAF), ยุโรป (UEFA), อเมริกาใต้ (CONMEBOL), อเมริกาเหนือและแคริบเบียน (CONCACAF) และโอเชียเนีย (OFC)
- แต่ละโซนมีโควต้า (จำนวนทีมที่ได้ไปแข่งขันในรอบสุดท้าย) แตกต่างกัน
- ระบบการแข่งขันขึ้นอยู่กับแต่ละโซน เช่น การแข่งขันแบบลีกหรือแบบน็อกเอาต์
2. รอบสุดท้าย (Final Tournament)
ปัจจุบันรูปแบบนี้ถูกใช้ตั้งแต่ปี 1998 (32 ทีม) และจะเปลี่ยนแปลงในปี 2026 (48 ทีม)
ปัจจุบัน: 32 ทีม (1998–2022)
- รอบแบ่งกลุ่ม (Group Stage)
- 32 ทีมถูกแบ่งออกเป็น 8 กลุ่ม (กลุ่มละ 4 ทีม)
- แข่งขันแบบพบกันหมดในกลุ่ม (3 นัดต่อทีม)
- เกณฑ์การจัดอันดับในกลุ่ม:
- คะแนน (ชนะ = 3, เสมอ = 1, แพ้ = 0)
- ผลต่างประตู
- จำนวนประตูที่ยิงได้
- สถิติเกมพบกัน (Head-to-head)
- ใช้การจับสลากในกรณีจำเป็น
- 2 ทีมอันดับสูงสุดในแต่ละกลุ่ม เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย
- รอบน็อกเอาต์ (Knockout Stage)
- ประกอบด้วย:
- รอบ 16 ทีมสุดท้าย
- รอบก่อนรองชนะเลิศ (Quarter-finals)
- รอบรองชนะเลิศ (Semi-finals)
- รอบชิงอันดับที่สาม
- รอบชิงชนะเลิศ
- ระบบแข่งขัน: แบบแพ้คัดออก (Knockout)
- หากเสมอกันในเวลา 90 นาที:
- ต่อเวลาพิเศษ 30 นาที
- ยิงจุดโทษตัดสิน
- ประกอบด้วย:
ในอนาคต: 48 ทีม (ตั้งแต่ปี 2026)
- เพิ่มจำนวนทีม: 48 ทีม
- แบ่งเป็น 16 กลุ่ม (กลุ่มละ 3 ทีม)
- ทีมอันดับ 1 และ 2 ในแต่ละกลุ่มผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย
- รูปแบบการแข่งขันที่เหลือยังคงเป็นรอบน็อกเอาต์
ระบบการแข่งขันในประวัติศาสตร์การแข่งขันฟุตบอลโลก
ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก
ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก เป็นกระบวนการที่ทีมฟุตบอลชาติจากประเทศต่าง ๆ แข่งขันกันเพื่อให้ได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ซึ่งจัดโดย สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) โดยรอบคัดเลือกจะถูกจัดขึ้นในทุกภูมิภาคทั่วโลก แบ่งตามโซนที่กำหนด ได้แก่:
โซนที่แบ่งในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก
- เอเชีย (AFC)
- ยุโรป (UEFA)
- แอฟริกา (CAF)
- อเมริกาใต้ (CONMEBOL)
- อเมริกาเหนือและแคริบเบียน (CONCACAF)
- โอเชียเนีย (OFC)
แต่ละโซนจะมีวิธีการคัดเลือกแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับจำนวนโควตาที่ FIFA จัดสรรให้ในแต่ละภูมิภาค
กระบวนการสำคัญ
- การแบ่งโซนรอบคัดเลือก:
- ทีมชาติจะถูกแบ่งกลุ่มแข่งขันตามภูมิภาค
- ใช้ระบบลีก (พบกันหมด) หรือระบบแพ้คัดออกตามที่แต่ละโซนกำหนด
- การแข่งขัน:
- ทีมที่ชนะในรอบคัดเลือกแต่ละโซนจะได้สิทธิ์เข้าสู่รอบสุดท้าย
- บางโซนมี เพลย์ออฟข้ามโซน เพื่อชิงโควตาสุดท้าย
- จำนวนทีม:
- ปัจจุบัน ฟุตบอลโลกมีทีมในรอบสุดท้าย 32 ทีม (จะเพิ่มเป็น 48 ทีมในปี 2026)
ฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศ
ฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศ เป็นการแข่งขันที่จัดขึ้นเพื่อหาผู้ชนะใน ฟุตบอลโลก (FIFA World Cup) ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลระดับโลกที่จัดขึ้นทุก ๆ 4 ปี โดยมีทีมชาติจากทั่วโลกเข้าร่วมแข่งขัน
ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก
- องค์กรที่รับผิดชอบ: การแข่งขันจัดโดย สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ซึ่งเป็นองค์กรปกครองฟุตบอลระดับโลก
- รูปแบบการแข่งขัน:
- รอบสุดท้ายของฟุตบอลโลกมักมีทีมเข้าร่วม 32 ทีม (ตั้งแต่ปี 1998) ที่ผ่านรอบคัดเลือกจากโซนต่าง ๆ
- รอบชิงชนะเลิศเป็นการแข่งขันระหว่าง 2 ทีมสุดท้ายที่ผ่านเข้ามาหลังจบรอบแบ่งกลุ่มและรอบน็อกเอาต์
- ผู้ชนะ:
- ทีมที่ชนะรอบชิงชนะเลิศจะได้รับถ้วย FIFA World Cup Trophy และถือเป็นแชมป์โลก
- ถ้วยรางวัลมี 2 แบบ: Jules Rimet Trophy (1930–1970) และ FIFA World Cup Trophy (1974–ปัจจุบัน)
- สนามที่ใช้จัดการแข่งขัน:
- มักเป็นสนามที่ใหญ่และมีชื่อเสียงในประเทศเจ้าภาพ เช่น Maracanã ในบราซิล, Wembley ในอังกฤษ, หรือ Lusail Iconic Stadium ในกาตาร์
- สถิติสำคัญ:
- ทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด: บราซิล คว้าแชมป์ 5 ครั้ง
- ผู้เล่นที่ทำประตูได้ในรอบชิงมากที่สุด: Geoff Hurst ของอังกฤษ (1966) ทำแฮตทริกในรอบชิง
- การแข่งขันที่มีผู้ชมสูงที่สุด: ฟุตบอลโลกปี 1950 ที่สนาม Maracanã มีผู้ชมมากกว่า 199,000 คน
- การตัดสินผู้ชนะ:
- หากผลการแข่งขันเสมอกันหลัง 90 นาที จะต่อเวลาพิเศษ 30 นาที
- หากยังเสมอกัน จะตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ
ตัวอย่างรอบชิงที่น่าจดจำ
- ปี 1950: อุรุกวัยชนะบราซิลที่ Maracanã ต่อหน้าผู้ชมมหาศาลในเหตุการณ์ที่เรียกว่า “Maracanazo”
- ปี 1966: อังกฤษชนะเยอรมนีตะวันตก 4-2 โดย Geoff Hurst ทำแฮตทริก
- ปี 1986: อาร์เจนตินา (นำโดย Diego Maradona) เอาชนะเยอรมนีตะวันตก 3-2
- ปี 2022: อาร์เจนตินาชนะฝรั่งเศสในการดวลจุดโทษ (หลังเสมอ 3-3) นับเป็นหนึ่งในรอบชิงที่ตื่นเต้นที่สุดในประวัติศาสตร์
จำนวนสถานที่เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกของแต่ละทวีป
เอเชีย-เอเอฟซี
การแข่งขันฟุตบอลโลก (FIFA World Cup) จำนวนสถานที่เข้าร่วมการแข่งขันจากแต่ละทวีปถูกกำหนดตามระบบโควตาที่ FIFA วางไว้ โดยโควตาแต่ละทวีปจะได้รับการพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น คุณภาพของทีมในทวีป จำนวนสมาชิกของสมาพันธ์ และการแสดงผลในทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านมา
สำหรับ ทวีปเอเชีย (AFC – Asian Football Confederation) มีจำนวนทีมที่เข้าร่วมฟุตบอลโลกในรอบสุดท้ายเพิ่มขึ้นตามประวัติศาสตร์ของการแข่งขัน ดังนี้:
- ฟุตบอลโลกครั้งแรกที่เอเชียเข้าร่วม:
- ทีมแรกจากเอเชียที่เข้าร่วมคือทีมชาติอินโดนีเซีย (ในขณะนั้นใช้ชื่อ Dutch East Indies) ในปี 1938 (ฝรั่งเศส)
- จำนวนโควตาของเอเชียในปัจจุบัน:
- ใน ฟุตบอลโลก 2022 (กาตาร์) ทวีปเอเชียมีโควตา 4.5 ทีม (4 ทีมได้ผ่านรอบคัดเลือกโดยตรง และอีก 1 ทีมผ่านเพลย์ออฟข้ามทวีป)
- ใน ฟุตบอลโลก 2026 (สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, เม็กซิโก) เนื่องจากมีการขยายทีมในรอบสุดท้ายจาก 32 ทีมเป็น 48 ทีม โควตาสำหรับเอเชียเพิ่มเป็น 8.5 ทีม (8 ทีมได้สิทธิ์โดยตรง และอีก 1 ทีมผ่านเพลย์ออฟ)
- ทีมจากเอเชียที่เคยเข้าร่วม:
- ทีมที่เข้าร่วมบ่อยที่สุด ได้แก่ ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, อิหร่าน, ซาอุดีอาระเบีย, ออสเตรเลีย (หลังจากเข้าร่วม AFC)
- ทีมที่เคยผ่านเข้าสู่รอบลึกสุดคือ เกาหลีใต้ (อันดับ 4 ในปี 2002)
ยุโรป-ยูฟ่า
(FIFA World Cup) แต่ละครั้ง จำนวนทีมที่สามารถเข้าร่วมแข่งขันได้จากแต่ละทวีปขึ้นอยู่กับโควต้าที่จัดสรรโดยฟีฟ่า ซึ่งจำนวนโควต้านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามแต่ละปีที่มีการแข่งขัน โดยทั่วไป ยุโรป (UEFA) มักได้รับโควต้าสูงสุด เนื่องจากมีจำนวนชาติที่มีความสามารถสูงในการแข่งขันฟุตบอลระดับโลก

สรุปโควต้าของยุโรป (UEFA) ในฟุตบอลโลก (จนถึงปี 2023)
- ยุคเริ่มต้น (1930–1950s):
- มีตัวแทนยุโรปเข้าร่วมประมาณ 4-7 ทีมต่อครั้ง (ขึ้นอยู่กับจำนวนชาติที่เข้าร่วมทั้งหมด)
- ยุคขยายโควต้า (1970s–1980s):
- มีการเพิ่มจำนวนทีมในรอบสุดท้าย ทำให้ยุโรปมีตัวแทน 9–10 ทีม
- ยุคสมัยใหม่ (1990s–2010s):
- ฟุตบอลโลกเพิ่มจำนวนทีมเป็น 32 ทีมในปี 1998
- ยุโรปได้รับโควต้าประมาณ 13 ทีม (เป็นตัวแทนที่สูงที่สุด)
- ปัจจุบัน (2026 เป็นต้นไป):
- ฟุตบอลโลกจะขยายทีมในรอบสุดท้ายเป็น 48 ทีม
- ยุโรป (UEFA) จะได้รับโควตา 16 ทีม
การกระจายโควต้าในปัจจุบัน (2026 เป็นต้นไป)
- ยุโรป (UEFA): 16 ทีม
- อเมริกาใต้ (CONMEBOL): 6 ทีม
- เอเชีย (AFC): 8 ทีม
- แอฟริกา (CAF): 9 ทีม
- อเมริกาเหนือและกลาง (CONCACAF): 6 ทีม
- โอเชียเนีย (OFC): 1 ทีม
- เจ้าภาพร่วม: 1-3 ทีม (ขึ้นกับจำนวนเจ้าภาพ)
หมายเหตุ: การเพิ่มจำนวนทีมในปี 2026 เป็นผลจากความพยายามของฟีฟ่าในการสร้างโอกาสให้กับชาติสมาชิกจากทุกทวีปในการเข้าร่วมการแข่งขัน
แอฟริกา – ซีเอเอฟ
สำหรับ แอฟริกา (CAF – Confederation of African Football) มีดังนี้:
การจัดสรรโควตาในแต่ละยุค:
- ช่วงแรก (1930s–1950s):
- ในยุคแรกของฟุตบอลโลก แอฟริกามีโควตาน้อยมาก โดยทีมที่เข้าร่วมต้องผ่านรอบคัดเลือกแบบข้ามทวีปกับทีมจากทวีปอื่น
- 1970s:
- แอฟริกาเริ่มมีโควตาเฉพาะของตนเอง โดยในปี 1970 แอฟริกาได้รับ 1 โควตาเต็มครั้งแรก (ทีมแรกที่ผ่านเข้าคือ โมร็อกโก)
- 1982:
- โควตาเพิ่มขึ้นเป็น 2 ทีม ในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่สเปน
- 1994:
- เพิ่มเป็น 3 ทีม
- 1998–2022:
- ตั้งแต่ฟุตบอลโลก 1998 (ที่ฝรั่งเศส) เป็นต้นมา แอฟริกาได้รับโควตา 5 ทีม
- ฟุตบอลโลก 2026 (ที่กำลังจะมาถึง):
- ด้วยการเพิ่มจำนวนทีมจาก 32 ทีมเป็น 48 ทีม แอฟริกาจะได้รับโควตาเพิ่มเป็น 9 ทีมเต็ม และ 1 ทีมในรอบเพลย์ออฟข้ามทวีป
โอเชียเนีย – โอเอฟซี
การแข่งขันฟุตบอลโลก (FIFA World Cup) ทวีปโอเชียเนีย (OFC – Oceania Football Confederation) มีการเข้าร่วมแข่งขันดังนี้:
- จำนวนทีมที่ได้สิทธิ์เข้ารอบสุดท้าย:
- ทีมจากโอเชียเนียโดยทั่วไปต้องผ่านการแข่งขันรอบคัดเลือกในโซนของตัวเองก่อน และมักต้องเล่นในรอบเพลย์ออฟกับทีมจากทวีปอื่น (เช่น อเมริกาใต้, คอนคาเคฟ หรือเอเชีย) เพื่อชิงสิทธิ์เข้าแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
- โควตาของโอเชียเนียในฟุตบอลโลกมักจะไม่เป็นโควต้าโดยตรง (Direct Spot) แต่เป็นการต่อสู้ผ่านรอบเพลย์ออฟ
- ทีมที่เคยเข้าร่วมฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย:
- นิวซีแลนด์ (New Zealand): เข้าร่วม 2 ครั้ง (ปี 1982 และ 2010)
- ออสเตรเลีย (Australia): ก่อนที่จะย้ายไปสังกัดเอเอฟซี (AFC – Asian Football Confederation) ในปี 2006 ออสเตรเลียเคยเป็นสมาชิกของโอเอฟซี และได้สิทธิ์เข้าร่วมฟุตบอลโลก 2 ครั้ง (ปี 1974 และ 2006)
- ข้อจำกัดของ OFC:
- โอเชียเนียเป็นทวีปที่มีจำนวนประเทศน้อยและส่วนใหญ่เป็นประเทศเล็ก
- มาตรฐานการแข่งขันของทีมในภูมิภาคนี้ยังค่อนข้างห่างไกลเมื่อเทียบกับทวีปอื่น ๆ
- การได้โควต้าโดยตรงสำหรับฟุตบอลโลกมักถูกพิจารณาว่าไม่เหมาะสมกับจำนวนทีมและคุณภาพโดยรวม
อเมริกาใต้ – คอนเมโบล
ทวีปอเมริกาใต้ (คอนเมโบล – CONMEBOL) มีจำนวนทีมที่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกได้ในแต่ละครั้งโดยคร่าว ๆ ดังนี้:
- จำนวนสมาชิกของ CONMEBOL:
- CONMEBOL มีสมาชิกทั้งหมด 10 ประเทศ (อาร์เจนตินา, บราซิล, โบลิเวีย, ชิลี, โคลอมเบีย, เอกวาดอร์, ปารากวัย, เปรู, อุรุกวัย, เวเนซุเอลา)
- โควตาในการเข้าร่วมฟุตบอลโลก:
- จำนวนทีมจากอเมริกาใต้ที่ได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกในรอบสุดท้ายขึ้นอยู่กับโควตาที่ฟีฟ่ากำหนดในแต่ละปี ซึ่งปกติแล้วมีดังนี้:
- ฟุตบอลโลก 1998–2022: โควตา 4.5 ทีม (4 ทีมเข้ารอบโดยตรง + 1 ทีมเล่นเพลย์ออฟ)
- ฟุตบอลโลก 2026 เป็นต้นไป: โควตาเพิ่มเป็น 6 ทีม (ขยายการแข่งขันจาก 32 ทีมเป็น 48 ทีม)
- จำนวนทีมจากอเมริกาใต้ที่ได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกในรอบสุดท้ายขึ้นอยู่กับโควตาที่ฟีฟ่ากำหนดในแต่ละปี ซึ่งปกติแล้วมีดังนี้:
- การคัดเลือกทีมใน CONMEBOL:
- ทุกทีมใน CONMEBOL แข่งขันในรอบคัดเลือกแบบพบกันหมด (round-robin league) โดยทีมที่มีคะแนนสูงสุดจะได้สิทธิ์เข้าร่วมโดยตรงตามจำนวนโควตา
- ความสำเร็จของทีมจากอเมริกาใต้ในฟุตบอลโลก:
- อเมริกาใต้มีทีมที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก เช่น:
- บราซิล: แชมป์โลก 5 สมัย (1958, 1962, 1970, 1994, 2002)
- อาร์เจนตินา: แชมป์โลก 3 สมัย (1978, 1986, 2022)
- อุรุกวัย: แชมป์โลก 2 สมัย (1930, 1950)
- อเมริกาใต้มีทีมที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก เช่น:
อเมริกากลางเหนือและแคริบเบียน – CONCACAF
โควตาของทวีปอเมริกากลาง เหนือ และแคริบเบียน (CONCACAF) ในการแข่งขันฟุตบอลโลกมักอยู่ในช่วงดังนี้:
จำนวนโควตาสำหรับ CONCACAF
- ฟุตบอลโลก 1998-2018
CONCACAF ได้โควตา 3.5 ทีม (3 ทีมเข้าร่วมอัตโนมัติ และอีก 1 ทีมต้องแข่งขันเพลย์ออฟข้ามทวีป) - ฟุตบอลโลก 2022 (กาตาร์)
CONCACAF ได้โควตา 3.5 ทีม เช่นเดียวกับที่ผ่านมา - ฟุตบอลโลก 2026 (สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, เม็กซิโก)
เนื่องจากการเพิ่มจำนวนทีมในรอบสุดท้ายจาก 32 ทีมเป็น 48 ทีม CONCACAF จะได้รับ 6 โควตา โดยไม่รวมเจ้าภาพที่ได้สิทธิ์อัตโนมัติ (สหรัฐฯ, แคนาดา, เม็กซิโก)

สถิติที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
ทีมที่ได้แชมป์มากที่สุด
ทีมฟุตบอลที่ได้แชมป์ FIFA World Cup มากที่สุดจนถึงปัจจุบัน (2023) คือทีมชาติ บราซิล โดยพวกเขาคว้าแชมป์ไปทั้งหมด 5 สมัย ดังนี้:
- 1958 (สวีเดน)
- 1962 (ชิลี)
- 1970 (เม็กซิโก)
- 1994 (สหรัฐอเมริกา)
- 2002 (เกาหลีใต้และญี่ปุ่น)
บราซิลถือเป็นชาติที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ด้วยสไตล์การเล่นที่สวยงามและนักเตะระดับตำนาน เช่น เปเล่, โรนัลโด้, และ โรนัลดินโญ่
ทีมที่ใกล้เคียง ได้แก่: เยอรมนี และ อิตาลี ซึ่งได้แชมป์คนละ 4 สมัย

ผู้เล่นที่ทำประตูได้มากที่สุดในฟุตบอลโลก
มิโรสลาฟ โคลเซ่ (Miroslav Klose)
– จำนวนประตู: 16 ประตู
– ทีมชาติ: เยอรมนีฅ
– ลงแข่งขันในฟุตบอลโลก: 2002, 2006, 2010, 2014
– ลักษณะเด่น: โคลเซ่เป็นผู้เล่นที่มีความสามารถในการเล่นลูกกลางอากาศและยืนตำแหน่งได้ดี โดยเฉพาะในกรอบเขตโทษ
– ความสำเร็จ: คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกกับทีมชาติเยอรมนีในปี 2014
สรุป
ฟุตบอลโลกเป็นทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดในระดับนานาชาติ จัดขึ้นทุก 4 ปี โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงคนทั่วโลกผ่านกีฬาฟุตบอล ความยิ่งใหญ่ของการแข่งขันนี้ไม่เพียงสะท้อนในสนาม แต่ยังรวมถึงพลังของผู้คนที่ร่วมเฉลิมฉลองความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความสามัคคี ฟุตบอลโลกเป็นโอกาสที่ทีมจากทุกมุมโลกจะแสดงศักยภาพและทักษะของพวกเขา และยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ในความรักต่อกีฬาฟุตบอล นอกจากนี้ยังสร้างความทรงจำที่ยิ่งใหญ่ เช่น การแข่งขันที่น่าตื่นเต้นและนักเตะที่สร้างตำนานไว้ในประวัติศาสตร์ ฟุตบอลโลกจึงเป็นมากกว่าการแข่งขันกีฬา แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความหลงใหลและความเชื่อมโยงที่ไร้พรมแดน
Guru sports คือ แหล่งรวบรวมข้อมูลสำหรับคนที่มีใจรักกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟุตบอล ที่นี่คุณจะพบกับข่าวสาร พรีวิว และรีวิวอย่างละเอียดถี่ถ้วน จากกูรูนักวิเคราะห์ชั้นนำ ทั้งผลบอลล่าสุด ข้อมูลลีกดังระดับโลก อาทิ พรีเมียร์ลีก บุนเดสลีกา และลาลีกา รับรองว่าจะทำให้คุณได้รู้ทันสถานการณ์ฟุตบอล และความเคลื่อนไหวในวงการกีฬาอย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ ยังมีโซเชียล ให้ติดตามข่าว อย่างรวดเร็ว บน Facebook ,Youtube และอื่นๆ