เจมส์ แม็คคาที เพลย์เมกเกอร์ดาวรุ่งพรสวรรค์สูงของ “เจ้าป่า” น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ กำลังกลายเป็นนักเตะที่ถูกจับตามองอย่างหนักในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะหน้าหนาวจะปิดตัวลง รายงานจาก “สกายสปอร์ต” สื่อกีฬาชั้นนำของอังกฤษระบุว่า มิดฟิลด์วัย 23 ปีรายนี้เริ่มแสดงอาการไม่พอใจกับสถานะภายในทีมหลังจากไม่ได้รับโอกาสในการลงสนามเท่าที่ควรในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล 2025-26 แม้ว่าเขาจะย้ายมาจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยความคาดหมายที่ยิ่งใหญ่และค่าตัวมหาศาล แต่ความเป็นจริงในสนามกลับสวนทางกับความคาดหวัง ส่งผลให้หลายสโมสรชั้นนำทั่วยุโรปเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อสอบถามถึงความเป็นไปได้ในการดึงตัวเขาไปร่วมทีมในรูปแบบสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล สถานการณ์ปัจจุบันของเขากับฟอเรสต์กำลังมาถึงจุดแตกหัก เมื่อเจ้าตัวต้องการนาทีในการลงสนามที่ต่อเนื่องเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและรักษาโอกาสในการก้าวขึ้นไปติดทีมชาติชุดใหญ่ ท่ามกลางกระแสความสนใจจากทีมในพรีเมียร์ลีกและลีกดังในต่างแดนที่พร้อมอ้าแขนรับเขาไปสร้างสรรค์เกมรุกในทันที ติดตาม ผลบอลสดๆ ได้ที่ ผลบอลสดthscore
สารบัญ
Toggleวิเคราะห์ความล้มเหลวในถิ่นซิตี้ กราวด์ และปัญหานาทีในการลงสนามที่จำกัด

การเปลี่ยนแปลงขุมกำลังครั้งใหญ่ของน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโอกาสของแข้งดาวรุ่งรายนี้
สถิติที่น่าตกใจกับโอกาสการเป็นตัวจริงเพียงเกมเดียวในพรีเมียร์ลีก
นับตั้งแต่เปิดฤดูกาล 2025-26 เป็นต้นมา เขาได้รับโอกาสลงเล่นรวมทุกรายการไปเพียง 12 เกมเท่านั้น แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดคือการที่เขาได้รับความไว้วางใจให้ลงสนามเป็นตัวจริงในศึกพรีเมียร์ลีกเพียงนัดเดียวเท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก 6 เกมเป็นการลงมาในฐานะตัวสำรองในช่วงท้ายเกม ซึ่งไม่เพียงพอต่อการปรับตัวเข้ากับจังหวะฟุตบอลและแสดงความสามารถที่แท้จริงออกมาได้ตามที่สโมสรและแฟนบอลคาดหวังไว้
การเปลี่ยนผ่านกุนซือและความไม่ชัดเจนในบทบาทหน้าที่ในสนาม
เขากลายเป็นเหยื่อของการเปลี่ยนแปลงทางแท็กติกและการเปลี่ยนผ่านผู้จัดการทีมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในถิ่นซิตี้ กราวด์ ไม่ว่าจะเป็นในยุคของ นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้, แอนจ์ พอสเตโคกลู หรือแม้แต่ ชอน ไดช์ เขาก็ยังไม่สามารถเบียดขึ้นมาเป็นแกนหลักในแดนกลางได้ ความสับสนในตำแหน่งการเล่นที่ต้องโยกระหว่างกองกลางตัวรุกและปีก ยิ่งทำให้นักเตะขาดความต่อเนื่องและสูญเสียความมั่นใจไปในที่สุด
มูลค่าความคุ้มค่าและสัญญาที่ผูกพันกับน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ในระยะยาว

บอร์ดบริหารของฟอเรสต์ต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบากเกี่ยวกับอนาคตของนักเตะที่มีมูลค่าสูงเช่นนี้
การลงทุนเฉียด 30 ล้านปอนด์และความคาดหวังของสโมสร
ย้อนกลับไปในช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว ฟอเรสต์ตัดสินใจทุ่มงบประมาณมหาศาลเกือบ 30 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัวเขามาจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมมอบสัญญาระยะยาวถึง 5 ปี หรือจนถึงปี 2030 การลงทุนระดับนี้แสดงให้เห็นว่าสโมสรตั้งใจจะสร้างทีมโดยมีเขาเป็นศูนย์กลางในแนวรุก แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป การปล่อยให้นักเตะมูลค่าสูงนั่งอยู่ข้างสนามจึงถือเป็นความสูญเสียทางธุรกิจและทางเทคนิคที่สโมสรต้องรีบแก้ไข
ทางเลือกในการปล่อยยืมตัวเพื่อรักษาค่าตัวและพัฒนาศักยภาพ
หากฟอเรสต์ยังไม่พร้อมที่จะขายขาดนักเตะออกไป การปล่อยยืมตัวในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังปี 2026 ถือเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุด การส่งเขาไปเล่นกับสโมสรที่พร้อมการันตีตำแหน่งตัวจริงจะช่วยให้นักเตะได้เรียกฟอร์มเก่งกลับมา และเป็นการรักษามูลค่าทางการตลาดของนักเตะไม่ให้ลดน้อยถอยลงไปมากกว่านี้ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อสโมสรในระยะยาวหากต้องการตัดสินใจเรื่องอนาคตของเขาอีกครั้งในช่วงซัมเมอร์
สงครามชิงตัวนักเตะจากเหล่าบิ๊กทีมทั่วยุโรปในตลาดหน้าหนาว
ไม่ใช่เพียงทีมในอังกฤษเท่านั้นที่อยากได้ลายเซ็นของเขา แต่ชื่อของเขายังหอมหวนไปถึงตุรกี โปรตุเกส และเยอรมนี
ความสนใจจากสตราสบูร์ก เบซิคตัส และเอฟซี ปอร์โต้
รายงานระบุชัดเจนว่ามีสโมสรอย่าง สตราสบูร์ก ในฝรั่งเศส และ เบซิคตัส ยักษ์ใหญ่จากตุรกี ที่ได้ติดต่อสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเข้ามาแล้ว นอกจากนี้ยังมี เอฟซี ปอร์โต้ สโมสรชื่อดังจากโปรตุเกสที่ขึ้นชื่อเรื่องการพัฒนาศักยภาพนักเตะดาวรุ่ง ที่กำลังจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมที่จะยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการก่อนปิดตลาดมกราคมนี้
ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น กับแผนการดึงตัวรุกไปเสริมทัพในบุนเดสลีกา
อีกหนึ่งทีมที่เป็นตัวละครสำคัญคือ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น สโมสรชั้นนำจากบุนเดสลีกา เยอรมนี ที่คาดว่ากำลังมองหาตัวเลือกใหม่ในแดนกลางเพื่อสู้ศึกในรายการต่างๆ การย้ายไปร่วมทัพเลเวอร์คูเซ่นอาจจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดสำหรับตัวนักเตะ เนื่องจากจะได้ร่วมงานกับทีมที่มีระบบการเล่นเกมรุกที่ทันสมัยและมีโอกาสได้ลงเล่นในเวทียุโรป ซึ่งจะช่วยยกระดับฝีเท้าของเขาได้อย่างก้าวกระโดด
บทบาทและสไตล์การเล่นที่ดึงดูดใจแมวมองจากพรีเมียร์ลีก
แม้จะไม่ประสบความสำเร็จกับฟอเรสต์ แต่คุณสมบัติเฉพาะตัวของเขายังคงเป็นสิ่งที่หลายทีมถวิลหา
ทักษะเพลย์เมกเกอร์และความสารพัดประโยชน์ในแดนหน้า
จุดเด่นที่ทำให้เขายังคงเนื้อหอมคือความสามารถในการเล่นได้หลากหลายบทบาท ไม่ว่าจะเป็นหมายเลข 10 ที่คอยสร้างสรรค์เกม หรือการฉีกไปเล่นเป็นปีกเพื่อทำเกมจากริมเส้น ทักษะการครองบอลที่เหนียวแน่นและการจ่ายบอลที่เฉียบคมตามแบบฉบับนักเตะฝึกหัดจากอะคาเดมี่แมนฯ ซิตี้ คือสิ่งที่ทีมในพรีเมียร์ลีกอย่างน้อยหนึ่งสโมสรต้องการดึงไปช่วยหนีตกชั้นหรือลุ้นพื้นที่ยุโรป
การพิสูจน์ตัวเองในพรีเมียร์ลีกอังกฤษช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง
การย้ายไปร่วมทีมร่วมลีกถือเป็นทางเลือกที่ท้าทาย เพราะเขาไม่ต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่และสามารถลงสนามได้ทันที การได้พิสูจน์ตัวเองในสนามพรีเมียร์ลีกสัปดาห์ต่อสัปดาห์จะช่วยลบคำสบประมาทเรื่องความไม่สม่ำเสมอ และแสดงให้เห็นว่าเขามีดีพอที่จะเล่นในลีกที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก หากได้รับความไว้วางใจจากผู้จัดการทีมอย่างเต็มที่
บทสรุปของมหากาพย์การย้ายทีมในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคม 2026
ก้าวต่อไปของมิดฟิลด์วัย 23 ปีรายนี้ จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าเขาจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นซูเปอร์สตาร์ดวงใหม่ได้หรือไม่
ก้าวสุดท้ายก่อนปิดตลาดซื้อขายนักเตะรอบหน้าหนาว
เวลาที่เหลือเพียงไม่กี่วันจะเป็นช่วงเวลาที่กดดันที่สุดสำหรับทั้งสโมสรและตัวนักเตะ ฟอเรสต์ต้องตัดสินใจว่าจะเก็บนักเตะไว้ใช้งานต่อหรือจะยอมปล่อยเพื่อเปิดทางให้ขุมกำลังใหม่ ขณะที่นักเตะเองก็ต้องเลือกสโมสรที่เหมาะสมที่สุดสำหรับอนาคตของเขา ชัยชนะในดีลนี้อาจหมายถึงการพลิกฟื้นอาชีพค้าแข้งให้กลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง
ความหวังของแฟนบอลต่อการเห็นพรสวรรค์ในสนามแข่งขันจริง
ไม่ว่าผลการย้ายทีมจะจบลงที่สโมสรใด แฟนบอลทั่วโลกต่างคาดหวังที่จะได้เห็นฝีเท้าของดาวเตะรายนี้ในสนามแข่งขันมากกว่าการนั่งอยู่ที่ซุ้มม้านั่งสำรอง ความสามารถที่เขามีคือสิ่งที่ฟุตบอลยุคใหม่ต้องการ และปี 2026 นี้อาจจะเป็นปีทองที่ทำให้โลกได้รู้จักชื่อของกองกลางรายนี้อย่างเต็มภาคภูมิในฐานะนักเตะแถวหน้าของยุโรป
สรุปข่าว
เจมส์ แม็คคาที กองกลางตัวรุกวัย 23 ปีของน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ตกเป็นข่าวหนาหูเรื่องการย้ายทีมก่อนตลาดซื้อขายเดือนมกราคม 2026 จะปิดตัวลง เนื่องจากไม่ได้รับโอกาสในการลงสนามเท่าที่ควร โดยมีสถิติลงเล่นเพียง 12 นัดและเป็นตัวจริงในลีกเพียงนัดเดียวเท่านั้น ทั้งที่ย้ายมาจากแมนฯ ซิตี้ ด้วยค่าตัวเกือบ 30 ล้านปอนด์ ปัจจุบันมีสโมสรชั้นนำอย่าง เอฟซี ปอร์โต้, เบซิคตัส และไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ที่แสดงความสนใจดึงตัวไปร่วมทีมในรูปแบบยืมตัวเพื่อแก้ไขปัญหาแนวรุกช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล
เจมส์ แม็คคาที กับคำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการย้ายทีม
1. ทำไมเขาถึงพิจารณาย้ายออกจาก น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ในตลาดรอบนี้?
สาเหตุหลักคือเขาได้รับโอกาสลงเล่นค่อนข้างน้อย โดยนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล 2025-26 เขาได้ลงสนามเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเพียงแค่เกมเดียวเท่านั้น ทำให้เขาต้องการย้ายทีมเพื่อหาโอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ
2. สัญญาปัจจุบันของเขากับสโมสร “เจ้าป่า” มีรายละเอียดอย่างไร?
เขาเพิ่งย้ายมาร่วมทีมฟอเรสต์เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว ด้วยค่าตัวเกือบ 30 ล้านปอนด์ และเซ็นสัญญาระยะยาวถึง 5 ปี ซึ่งสัญญานี้จะมีผลไปจนถึงปี 2030
3. มีสโมสรใดบ้างที่กำลังให้ความสนใจดึงตัวเขาไปร่วมทีม?
มีหลายสโมสรที่ติดต่อสอบถามเข้ามาแล้ว ได้แก่ อย่างน้อยหนึ่งสโมสรในพรีเมียร์ลีก, สตราสบูร์ก (ฝรั่งเศส), เบซิคตัส (ตุรกี), เอฟซี ปอร์โต้ (โปรตุเกส) และคาดว่ามี ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น จากเยอรมนีด้วย
4. รูปแบบการย้ายทีมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงมกราคมนี้คืออะไร?
คาดว่าจะเป็นการย้ายทีมในรูปแบบสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล เพื่อให้นักเตะได้มีโอกาสลงสนามพิสูจน์ฝีเท้า ก่อนที่สโมสรจะประเมินอนาคตของเขาอีกครั้งในช่วงซัมเมอร์
5. เขาเคยเล่นให้สโมสรใดมาก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับฟอเรสต์?
เขาเป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และเคยย้ายไปเล่นแบบยืมตัวกับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด จนทำผลงานโดดเด่นก่อนจะถูกฟอเรสต์ซื้อขาดมาร่วมทีมในเวลาต่อมา
Guru Sports คือ แหล่งรวบรวมข้อมูลสำหรับคนที่มีใจรักกีฬา โดยเฉาะอย่างยิ่งฟุตบอล ที่นี่คุณจะพบกับข่าวสาร พรีวิว และรีวิวอย่างละเอียดถี่ถ้วน จากกูรูนักวิเคราะห์ชั้นนำ ทั้งผลบอลล่าสุด ข้อมูลลีกดังระดับโลก อาทิ พรีเมยร์ลีก บุนเดสลีกา และลาลีกา รับรองว่าจะทำให้คุณได้รู้ทันสถานการณ์ฟุตบอล และความเคลื่อนไหวในวงการกีฬาอย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ ยังมีโซเชียล ให้ติดตามข่าว อย่างรวดเร็ว บน Facebook ,Youtube และอื่นๆ






