Penalty หรือการยิงจุดโทษในกีฬาฟุตบอล “Penalty คืออะไร” เป็นสถานการณ์ที่ผู้ตัดสินมอบสิทธิ์ให้ฝ่ายตรงข้ามได้ยิงลูกจากจุดโทษเนื่องจากฝ่ายรับกระทำผิดกติกาในกรอบเขตโทษ การยิงจุดโทษเกิดขึ้นในระหว่างเกมปกติและมักจะมีผลอย่างมากต่อผลการแข่งขัน
อย่างไรก็ตาม คำว่า Penalty Shootout หรือการยิงลูกโทษแบบดวล มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการยิงจุดโทษทั่วไป ทั้งสองมีความแตกต่างกันในแง่ของกติกาและวัตถุประสงค์ การยิงจุดโทษเกิดขึ้นในเกมปกติเมื่อมีกติกาถูกละเมิด ส่วนการยิงลูกโทษแบบดวลเกิดขึ้นหลังหมดเวลาการแข่งขันเพื่อตัดสินผู้ชนะ
ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปเรียนรู้รายละเอียดของ Penalty และ Penalty Shootout รวมถึงการแยกแยะความแตกต่าง ข้อควรระวัง และสถานการณ์ที่นำไปสู่การยิงจุดโทษอย่างละเอียด
สารบัญ
TogglePenalty คืออะไร ?

Penalty หรือการยิงจุดโทษ เป็นกติกาในกีฬาฟุตบอลที่มอบโอกาสให้ทีมหนึ่งได้ยิงลูกบอลจากจุดที่กำหนดไว้ในเขตโทษโดยไม่มีการป้องกันจากผู้เล่นทีมตรงข้าม นอกจากผู้รักษาประตู จุดมุ่งหมายคือการให้โอกาสทำประตูแก่ทีมที่ได้รับการฟาวล์หรือถูกละเมิดกติกาภายในเขตโทษ
จุดยิงจุดโทษตั้งอยู่ห่างจากประตู 12 หลา (11 เมตร) และมีผู้รักษาประตูเพียงคนเดียวที่สามารถป้องกันได้ ลูกบอลจะต้องถูกเตะออกไปข้างหน้าเท่านั้น การยิงจุดโทษมักเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของเกม และอาจตัดสินผลแพ้ชนะในเกมสำคัญ
ตัวอย่างสถานการณ์ที่ทำให้เกิดการยิงจุดโทษ ได้แก่ การสกัดคู่ต่อสู้แบบผิดกติกาในเขตโทษ หรือการใช้มือสัมผัสบอลอย่างไม่ถูกต้อง การยิงจุดโทษจึงเป็นบทลงโทษที่มุ่งเน้นการคืนความยุติธรรมให้กับทีมที่ถูกกระทำ
การยิงลูกโทษแบบดวลคืออะไร?

Penalty Shootout หรือการยิงลูกโทษแบบดวล เป็นกระบวนการตัดสินผลการแข่งขันเมื่อเกมจบลงด้วยผลเสมอหลังหมดเวลาปกติและการต่อเวลาพิเศษ โดยใช้การยิงลูกโทษเพื่อหาผู้ชนะในสถานการณ์ที่ต้องการผลแพ้ชนะ เช่น รอบชิงชนะเลิศหรือรอบคัดเลือกในทัวร์นาเมนต์
กติกาการยิงลูกโทษแบบดวล:
- แต่ละทีมส่งผู้เล่น 5 คนเพื่อยิงลูกโทษสลับกัน โดยเริ่มจากทีมใดทีมหนึ่งตามการเสี่ยงเหรียญ
- หากคะแนนยังเสมอกันหลังจากยิงครบ 5 คน จะเข้าสู่การยิงแบบ Sudden Death ซึ่งยิงทีละคนจนกว่าทีมหนึ่งจะได้เปรียบ
- ผู้รักษาประตูจะต้องอยู่บนเส้นประตูจนกว่าลูกบอลจะถูกเตะ
การยิงลูกโทษแบบดวลแตกต่างจากการยิงจุดโทษในเกมปกติตรงที่ไม่ได้เกิดจากการฟาวล์ แต่ใช้เพื่อตัดสินผลแพ้ชนะเท่านั้น การยิงลูกโทษแบบดวลมักเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความกดดัน และสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนบอล
การยิงจุดโทษ ใช่การยิงลูกโทษแบบดวลหรือไม่?

คำว่า Penalty และ Penalty Shootout แม้ว่าจะเกี่ยวข้องกับการยิงลูกโทษ แต่ทั้งสองมีความแตกต่างในแง่ของกติกาและวัตถุประสงค์
การยิงจุดโทษ (Penalty):
- เกิดขึ้นในระหว่างเกมการแข่งขัน
- เป็นการลงโทษฝ่ายที่ทำผิดกติกาในเขตโทษ
- มีผู้เล่นเพียง 1 คนที่ยิง และผู้รักษาประตู 1 คนป้องกัน
การยิงลูกโทษแบบดวล (Penalty Shootout):
- เกิดขึ้นหลังเกมจบลงด้วยผลเสมอ
- ใช้เพื่อตัดสินผู้ชนะในรอบที่ต้องการผลแพ้ชนะ เช่น การแข่งขันทัวร์นาเมนต์
- แต่ละทีมส่งผู้เล่นหลายคนเพื่อยิงสลับกัน
ความเข้าใจผิดมักเกิดขึ้นเพราะคำว่า “จุดโทษ” ถูกใช้ทั้งในเกมและช่วงยิงลูกโทษแบบดวล แต่ในความเป็นจริง ทั้งสองมีบทบาทและวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน การเข้าใจกติกาชัดเจนจะช่วยให้แฟนบอลติดตามเกมได้สนุกยิ่งขึ้น
กรณีที่ผู้ตัดสินให้ยิงจุดโทษเกิดขึ้นในสถานการณ์ใดบ้าง

การยิงจุดโทษมักเกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นฝ่ายรับกระทำผิดกติกาในเขตโทษ เช่น:
- การทำฟาวล์ในเขตโทษ:
- การสกัดคู่ต่อสู้โดยเจตนา เช่น การผลัก, เตะ, หรือขัดขาผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
- การใช้ร่างกายกระแทกผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามอย่างรุนแรง
- การแฮนด์บอลในเขตโทษ:
- เมื่อผู้เล่นใช้มือหรือแขนสัมผัสลูกบอลโดยไม่ใช่เหตุสุดวิสัย เช่น การยกแขนเพื่อป้องกันลูกบอล
- การดึงหรือผลักผู้เล่น:
- การใช้มือดึงเสื้อหรือขัดขวางคู่ต่อสู้ไม่ให้เคลื่อนไหว
- การทำผิดกติกาในจังหวะการทำประตู:
- หากการทำฟาวล์เกิดขึ้นในจังหวะที่ผู้เล่นมีโอกาสทำประตูที่ชัดเจน
ในทุกกรณี การตัดสินใจให้จุดโทษขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้ตัดสิน โดยพิจารณาจากลักษณะและความรุนแรงของการกระทำผิดกติกา สถานการณ์เหล่านี้สร้างความสำคัญและแรงกดดันให้กับผู้ยิงจุดโทษ รวมถึงผู้รักษาประตูที่ต้องป้องกันประตูภายใต้ความกดดันสูงสุด
รูปแบบการยิงจุดโทษที่พบเห็นได้บ่อย
การยิงจุดโทษเป็นจังหวะสำคัญที่สร้างความตื่นเต้นและความกดดันในเกมฟุตบอล นักเตะแต่ละคนมีวิธีการยิงและเทคนิคที่แตกต่างกัน เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำประตูและลดความเสี่ยงที่ลูกบอลจะถูกป้องกันโดยผู้รักษาประตู
รูปแบบการยิงจุดโทษที่พบเห็นได้บ่อยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก:
- วิธีการยิงจุดโทษทั่วไป: นักเตะเลือกยิงแบบเรียบง่ายและตรงไปตรงมา โดยพึ่งพาความแม่นยำและแรงของลูกบอล
- การยิงจุดโทษแบบประสานงาน: รูปแบบที่มีความซับซ้อนและอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างผู้เล่นหลายคน ซึ่งพบเห็นได้ในบางสถานการณ์พิเศษ
การเลือกใช้วิธีการยิงขึ้นอยู่กับความมั่นใจของผู้เล่นและสภาพแวดล้อมในเกมนั้นๆ โดยผู้เล่นส่วนใหญ่มักเลือกวิธีที่ตนถนัดเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำประตู
วิธีการยิงจุดโทษทั่วไป
วิธีการยิงจุดโทษที่พบบ่อยที่สุดคือการยิงแบบ เน้นความแม่นยำและแรง ซึ่งผู้เล่นจะเล็งไปยังจุดใดจุดหนึ่งของประตู เช่น มุมซ้ายบน มุมขวาล่าง หรือกลางประตู
เทคนิคการยิงที่ใช้บ่อย:
- ยิงแรงและแม่น: เน้นส่งลูกบอลด้วยความเร็วและแรง เพื่อให้ผู้รักษาประตูมีเวลาตอบสนองน้อย
- เล็งมุม: การยิงเข้ามุมของประตู เช่น มุมซ้ายบนหรือขวาล่าง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ผู้รักษาประตูเข้าถึงได้ยาก
- การหลอกทิศทาง: นักเตะบางคนอาจทำท่าหลอกเพื่อให้ผู้รักษาประตูเดาทิศทางผิดก่อนยิง
วิธีการยิงนี้เหมาะสำหรับผู้เล่นที่มั่นใจในความสามารถในการยิงของตัวเอง และช่วยลดความเสี่ยงจากการเสียโอกาสทำประตู
การยิงจุดโทษโดยการประสานงานระหว่างผู้เล่น
การยิงจุดโทษโดยการประสานงาน หรือที่เรียกว่า “Penalty Trick Play” เป็นการยิงที่อาศัยความเข้าใจและการทำงานร่วมกันระหว่างผู้เล่นสองคนหรือมากกว่า วิธีนี้มักถูกใช้เพื่อสร้างความสับสนให้กับผู้รักษาประตูและแนวรับของฝ่ายตรงข้าม
ตัวอย่างการยิงแบบประสานงาน:
- การปล่อยบอลให้ผู้เล่นคนที่สองยิง: ผู้เล่นคนแรกวิ่งไปที่ลูกบอลแต่ไม่ยิง แล้วปล่อยให้ผู้เล่นคนที่สองยิงทันที
- การส่งบอลสั้น: ผู้เล่นคนแรกแตะบอลเบาๆ เพื่อให้เพื่อนร่วมทีมวิ่งมายิงจังหวะสอง
ข้อดีและข้อควรระวัง:
- ข้อดี: การใช้เทคนิคนี้อาจทำให้ผู้รักษาประตูและแนวรับฝ่ายตรงข้ามสับสน และเพิ่มโอกาสในการทำประตู
- ข้อควรระวัง: หากการประสานงานไม่แม่นยำหรือผู้ตัดสินมองว่าไม่ถูกต้อง อาจทำให้เสียโอกาสทำประตูได้
วิธีนี้เหมาะสำหรับทีมที่มีความเข้าใจในเกมสูงและนักเตะที่มั่นใจในทักษะการเล่นของตัวเอง
ข้อควรระวังเมื่อทำการยิงจุดโทษ
การยิงจุดโทษเป็นหนึ่งในจังหวะที่สำคัญที่สุดในเกมฟุตบอล เพราะมีโอกาสเปลี่ยนแปลงผลการแข่งขันในทันที ผู้เล่นที่ทำหน้าที่ยิงจุดโทษมักเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลจากแฟนบอลและคู่แข่ง ดังนั้น การระมัดระวังในทุกขั้นตอนจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำประตูและลดความผิดพลาด
1. ความแม่นยำมากกว่าความแรง:
หลายคนมักเลือกยิงลูกโทษด้วยความแรงเพื่อเอาชนะผู้รักษาประตู แต่การเน้นความแรงเกินไปอาจทำให้ลูกบอลไม่แม่นยำ จึงควรเน้นการควบคุมลูกบอลและเล็งตำแหน่งที่เหมาะสม เช่น มุมซ้ายหรือมุมขวาของประตู
2. อย่าหลอกผู้รักษาประตูมากเกินไป:
การหลอกล่อผู้รักษาประตูเป็นเทคนิคที่ใช้ได้ดี แต่หากผู้ยิงพยายามทำท่าหลอกมากเกินไป อาจเสียจังหวะและทำให้ลูกยิงไม่มีน้ำหนักหรือทิศทางที่ดี
3. ระวังการเคลื่อนที่ผิดกติกา:
ก่อนการยิงจุดโทษ ผู้ยิงต้องไม่หยุดวิ่งหรือถอยหลังหลังจากการเคลื่อนที่ไปยังลูกบอล การกระทำดังกล่าวอาจถูกผู้ตัดสินมองว่าเป็นการผิดกติกา
4. การควบคุมจิตใจ:
แรงกดดันในช่วงยิงจุดโทษเป็นสิ่งที่ผู้เล่นต้องเผชิญอยู่เสมอ ดังนั้น การมีสมาธิและความมั่นใจจะช่วยให้ผู้ยิงสามารถทำผลงานได้ดี
5. การเตรียมตัวล่วงหน้า:
ผู้เล่นควรฝึกซ้อมการยิงจุดโทษให้ชำนาญ เพื่อเพิ่มความมั่นใจและลดความตื่นเต้นในสถานการณ์จริง
การระมัดระวังและเตรียมตัวอย่างเหมาะสมจะช่วยให้การยิงจุดโทษเป็นจุดเปลี่ยนที่นำไปสู่ความสำเร็จของทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Guru sports คือ แหล่งรวบรวมข้อมูลสำหรับคนที่มีใจรักกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟุตบอล ที่นี่คุณจะพบกับข่าวสาร พรีวิว และรีวิวอย่างละเอียดถี่ถ้วน จากกูรูนักวิเคราะห์ชั้นนำ ทั้งผลบอลล่าสุด ข้อมูลลีกดังระดับโลก อาทิ พรีเมียร์ลีก บุนเดสลีกา และลาลีกา รับรองว่าจะทำให้คุณได้รู้ทันสถานการณ์ฟุตบอล และความเคลื่อนไหวในวงการกีฬาอย่างครบถ้วนนอกจากนี้ ยังมีโซเชียล ให้ติดตามข่าว อย่างรวดเร็ว บน Facebook ,Youtube และอื่นๆ